วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

การเดินทางของแสง


การเคลื่อนที่ของแสง แหล่งกำเนิดแสง และเซลล์สุริยะ             แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ช่วยให้นักเรียนมองเห็นในเวลากลางวัน นักเรียนใช้แสงจาก     ไฟฟ้าช่วยให้มองเห็นในเวลากลางคืน นอกจากนี้นักเรียนยังใช้แสงทำประโยชน์ต่างๆ การเรียนรู้เกี่ยวกับแสงจะช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ และสามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้มากมาย 
การเคลื่อนที่และการเดินทางของแสง
             ถ้าเราสังเกตรอบตัวเราในแต่ละวัน  จะเห็นการเดินทางของแสง                                                     แสงอาทิตย์ส่องผ่านเมฆแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง            ลำแสงเล็ก ๆ เรียกว่า รังสีของแสงแสดงว่า แสงเดินทางเป็นเส้นตรงออกจากแหล่งกำเนิดแสงทุกทิศทุกทาง  แสงเดินทางจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง และเคลื่อนที่เป็นส่วนตรง แสงไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่น แสงอาทิตย์ที่เดินทางมายังโลกมีความเร็วประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที  หรือ 186,000 ไมล์ ต่อวินาที แต่แสงใช้เวลาเดินทางจากดวงอาทิตย์มายังโลกเพียงประมาณ 8.5 นาทีเท่านั้นแหล่งกำเนิดแสงแหล่งกำเนิดแสงแบ่งออกได้ ประเภท คือ1.   แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ ได้แก่ แสงจากดวงอาทิตย์  แสงจากดวงดาว  แสงจากหิ่งห้อย   ฯลฯ                 แหล่งกำเนิดของแสงที่สำคัญที่สุดที่เรารู้จัก คือ ดวงอาทิตย์  ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร  แสงเดินทางประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 1,080 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง  สรุปว่า แสงสามารถเดินทางมาถึงโลกโดยใช้เวลาเพียง นาที  แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ 2.  แหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์  เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์  ได้แก่  แสงจากหลอดไฟฟ้า  จากเทียนไข  จากตะเกียง  จากไต้  จากกองไฟ ฯลฯแหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
เซลล์สุริยะ
         เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่มีหน้าที่แปลงจากแสงแดด ให้เป็นกระแสไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้วเซลล์สุริยะที่มีทั้งแหล่งแสงจากดวงอาทิตย์และจากแหล่งอื่น ล้วนเรียกรวมกันว่า เซลล์โฟโตวอลเทอิก (photovoltaic cell)
เซลล์สุริยะ  ที่มา :  http://th.wikipedia.orgส่วนประกอบของเซลล์สุริยะ
          พลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกจำนวนมหาศาลนั้น  ส่วนใหญ่พืชจะนำมาใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง หรือการปรุงอาหาร สำหรับมนุษย์และสัตว์  นอกจากจะได้รับประโยชน์จากความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ และการมองเห็นแล้ว  ยังถือว่านำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้น้อยมาก  ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์จัดเก็บ พลังงานแสงอาทิตย์ก็จะสูญหายไปเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน
          การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่าเซลล์สุริยะ  ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า  เซลล์สุริยะเป็นแผ่นกระจก ด้านหน้าฉาบด้วยสารฟอสฟอรัส  ทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าลบ  ด้านหลังฉาบด้วย สารซิลิคอน และโบรอน  ทำหน้าที่เป็น ขั้วไฟฟ้าบวก  ปริมาณกระแสไฟฟ้า จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของเซลล์  ปริมาณแสงอาทิตย์  และระยะเวลาที่ได้รับแสงว่านานเพียงใด 

เซลล์สุริยะ  ที่มา :  http://school.obec.go.th/science_wp/I_light/solar1.htm          ปัจจุบันได้มีการนำเซลล์สุริยะไปติดตั้งในอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้
ต่าง ๆ  เช่น  นาฬิกา  เครื่องคิดเลข  ยานอวกาศ  ดาวเทียม  เป็นต้น

       ผู้ที่ค้นพบหลักการประดิษฐ์เซลล์สุริยะ  คือ  นักฟิสิกส์ชาว
 เยอรมัน  ชื่อ  ไฮน์ริค  แฮรตซ์  ค้นพบในปี  ค.ศ. 1887  โดย
 ระบุว่า  สารบางชนิดสามารถให้กระแสไฟฟ้าได้เมื่อได้รับแสง
 โดยเรียกว่าเป็น  ปรากฎการณ์โฟโต้วอลเทอิค  (photovoltaic
 effect)

 


The movement of the solar cell to light, light sources and lighting from the Sun allows students to see in the daytime. Students use the light from the power supply allows to see at night. In addition, students can also take advantage of making light. In nature and can be used as part of knowledge useful for many.

The movement and transportation of light
If we observe around us each day to see the journey of light. The sun shines through the clouds and the light that shines through the window, a small beam of light rays is called light that travels in a straight line away from the light source in all directions all the way. And a mobile. Light does not rely on intermediaries in the movement, such as the Sun at the Earth has a speed of approximately 300,0 kilometers per second or 186000 miles per second, but it takes light from the Sun to the Earth is approximately 8.5 minutes light source light source 1 is divided into two categories. Natural light source: light from the Sun, the light from the stars of light from Firefly, origin of the most important lighting that we know is that the Sun. The Sun 150 million kilometres away from Earth. Light travels approximately 300,0 kilometers per second, or 1080 million kilometers per hour concluded that light can travel to the world, using only natural light source 8 minutes 2. Artificial light source is a light source that has been created by humans, such as the light from the lamp from the lamp candle from Tai from the fire, and light source invention that man-made solar cells

. The solar cell or photovoltaic (solar cell), a semiconductor device that is responsible for converting sunlight into electricity. Typically, the solar cells that are both light sources from the Sun and other sources combined is called plain. (photovoltaic cell)
Solar cells source: http://th. wikipedia. org components of solar cells
. Solar energy to illuminate the world claimed. Most of the plants are used in photosynthesis or to cook for humans and animals. In addition, they benefit from the warmth of the Sun and views. If we do not have a storage device. Solar energy is also lost when Sun sunset
. Bringing solar energy use requires a device called a solar cell, which is an electronic device that can change the energy of the solar cell, solar power is a phaenkrachok. In front of the plaster with additives phosphorus Behind the plaster. Compounds, silicon and boron Acts as a positive electrode Electricity consumption will be more or less depending on the size and quantity of solar cells, how long is the light that long.
Solar cells source: http://school.obec.go.th/science_wp/I_light/solar1.htm solar cells are currently installed on the device and using tools
such as watches, calculators. Spacecraft, satellite etc.

Who discovered the principle of the solar cell fabrication is a famous analysts of German physics f
district-rot. Discovered in 1887 by
Specifies whether certain types of substances can have electricity when light received
. Called a second photo of Washington lathe Janda (photovoltaic effect
  

เห็ดหลินจือ



วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของการนวดแผนโบราณ

ประโยชน์และโทษของการนวด

ประโยชน์ของการนวด
           ๑.  ช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดโดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดซึ่งเป็นยาอันตรายให้โทษ
           ๒. ช่วยกระจายเลือดลมให้มาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดตามปกติ จะหายปวดได้
           ๓. ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่ตึงหรือแข็งตัวเกิดการอ่อนตัว
           ๔. แก้อาการ เคล็ด ยอก ช้ำ บวม แก้โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ผ่อนคลายความเครียด
           ๕. ทำให้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจที่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งเสียเงินน้อย ได้ประโยชน์มาก และ
                สามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว ช่วยเพื่อนบ้าน คนในชุมชนได้ และหลีกเลี่ยง
                การใช้ยาแก้ปวด ที่เป็นอันตรายได้

โทษของการนวด
           ๑.  ทำให้เกิดอาการระบม หรือชอกช้ำมากกว่าเดิม
           ๒.  ทำให้เกิดอาการบวมแดงมากกว่าเดิมในกรณีมีบาดแผลหรือเกิดอุบัติเหตุเจ็บป่วยมา
           ๓.  ทำให้เกิดอาการหลอดเลือดแตก หรืออักเสบหรือเนื่องจากหมอนวดไม่รู้สมมุติฐานของโรค
                ที่แท้จริงอาจเกิดผิดพลาดได้
           ๔.  ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลังจากการนวดเสร็จเช่น โรคความดัน
           ๕.  ทำให้เกิดอาการอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามหลังมา เช่นโรคใส้ติ่งอักเสบ กระเพาะอาหาร
           ๖.  ทำให้หมอนวดหรือผู้ถูกนวดติดต่อโรคจากกันได้ในกรณีมีเชื้อโรค

ข้อห้ามข้อควรระวังในการนวด
             ๑.  ไม่ควรนวดหลังจากรับประทานอาหารใหม่ๆ
             ๒.   ไม่ควรนวดในขณะร่างกายอ่อนเพลียมาก
              ๓.   ไควรนวดภายหลัง หรืออาบน้ำมาใหม่ๆ
              ๔.    ไม่ควรนวดในช่วงมีไข้สูง
               ๕.    ไม่ควรนวดผู้หญิงที่มีอาการใกล้คลอด
                ๖.    ไม่ควรนวดในช่วงที่กระดูกหัก หรือดามเหล็กมา
                ๗.    ไม่นวดในช่วงที่เป็นโรคหลอดเลือด หลอดน้ำเหลืองอุดตัน
                ๘.     ไม่นวดในช่วงมีประจำเดือนมา อาจทำให้ระบบเลือดในร่างกายเดินแปรปรวน

And the consequence of massage


massage benefit 1. eases pain by avoiding the use of pain medication, which is a dangerous drug that helps blood distribution penalty 2
wind supplied muscle nourished or blood vessels normally lost pain.
3. Help make the muscle tendons tense or weak erections occur 4 sample
return arm solution. sickness and swelling of the cham paresis paralysis has stress
5. Make the patient has received encouragement, help, money is less advantageous and
can help a family self help a neighbor. People in the community and avoid
Use of pain medication, which is dangerous.


massage 1 of blame. Symptom cause a bruise or more cham chok
2. make red swelling with more precision in the case of an accident or illness come
3. broken blood vessels causes symptoms or inflammation, or due to ignorance of the disease sommutithan masseuse
. The actual error may occur.
4. cause complications after the massage is like a disease pressure
5. cause inflammation, severe infections, such as pneumonia followed by worms Ting inflammation. Stomach
6. Make the masseuse or masseur who is contacted in case the disease is disease caution in banning text

massage
1. Do not massage after eating new
2. Do not massage while your body aches so much
3. CAI waron wotphai or bath and
. 4. There should be no high fever during massage
5. Do not massage a woman with symptoms of near birth
6. do not massage during fracture or Dame iron
7. Do not massage during which the artery disease Lymphatic obstruction tube
8. Do not massage during menstruation may cause gastrointestinal disturbances within the body.

ประโยชน์ของกระเพรา

กะเพรา สรรพคุณและประโยชน์ของกะเพรา 29 ข้อ !




กะเพรา

advertisements

กะเพรา

กะเพรา เขียนอย่างไร? ระหว่าง กะเพรา หรือ กระเพรา หรือ กะเพา? ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้นที่ถูกต้องก็คือว่า กะเพรา [-เพรา] ที่เป็นไม้ล้มลุกใช้ปรุงเป็นอาหาร ส่วนคำว่า “กะเพา” จะหมายถึงเครื่องสานชนิดหนึ่ง และคำว่า “กระเพรา” ไม่พบในพจนานุกรมแต่อย่างใด สรุปก็คือ เขียนว่า “กะเพรา”
กะเพรา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L. ชื่อภาษาอังกฤษ Holy basil, Sacred basil และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆอีก เช่น กอมก้อ กอมก้อดง (เชียงใหม่), ห่อกวอซู ห่อตูปลู อิ่มคิมหลำ (แม่ฮ่องสอน), กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง (ภาคกลาง), อีตู่ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
ต้นกะเพรา เป็นไม้ล้มลุกซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ LABIATAE (LAMIACEAE) สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร โคนต้นออกแข็ง กะเพราแดงจะมีลำต้นสีแดงอมเขียว กะเพราขาวมีลำต้นสีเขียวอมขาว และยอดอ่อนมีขนสีขาว มีใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวรูปรีออกตรงข้ามกัน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนสีขาว ส่วนดอกกะเพราจะออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีดอกสีขาวแกมม่วงแดงมีจำนวนมาก กลีบเลี้ยงโคนจะเชื่อมติดกัน ปลาบเรียวแหลม ด้านนอกมีขน กลีบดอกแบ่งเป็น 2 ปาก ปากบน 4 แฉก และปากล่าง 1 แฉกและยาวกว่าปากบน มีขนประปราย เกสรตัวผู้มี 4 อัน ส่วนผลเป็นผลแห้ง เล็ก เมื่อแตกออกจะมีเมล็ดสีดำถึงน้ำตาลคล้ายรูปไข่
กะเพรากะเพราจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทยและต่างประเทศก็ระบุว่ากะเพราเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลายด้าน อย่างตำราสมุนไพรไทยบ้านเราก็บรรยายสรรพคุณของกะเพราเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น และในต่างประเทศก็มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เขาถือว่ากะเพราเป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร (The Queen of herbs) หรือเป็นยาอายุวัฒนะ (The Elixir of life) เลยก็ว่าได้
กะเพราะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กะเพราะแดง และ กะเพราะขาว โดยกะเพราแดงจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว ในสรรพคุณทางยาจึงนิยมใช้กะเพราแดง โดยส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร ก็ได้แก่ ส่วนของใบ ยอดกะเพรา (ทั้งสดและแห้ง) และทั้งต้น แต่ถ้านำมาใช้ประกอบอาหารจะนิยมใช้กะเพราขาวเป็นหลัก

สรรพคุณของกะเพรา

  1. ประโยชน์ของกะเพราใช้ทำเป็นยาอายุวัฒนะ (the elixir of life)
  2. ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น และป้องกันอาการหวัดได้ (ใบ)
  3. กะเพราเป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพรหลายชนิด เช่น ยารักษาตายขโมยสำหรับเด็ก ยาแก้ทางเด็ก ฯลฯ
  4. รากแห้งนำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม ช่วยแก้โรคธาตุพิการ (ราก)
  5. ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ใบ)
  6. ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน (ใบ)
  7. ช่วยแก้อาการปวดด้วย ด้วยการใช้ใบกะเพรานำมาคั้นรับประทานสด 1 ถ้วยตะไล จะช่วยแก้อาการปวดมวนท้องได้เป็นอย่างดี (ใบ)
  8. ช่วยขับลมแก้อาการปวดท้องอุจจาระ (ใบ)
  9. ใบกะเพราสรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)
  10. ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง (ใบ)
  11. สรรพคุณกะเพราช่วยแก้ลมซานตาง (ใบ)
  12. น้ำสกัดจากทั้งต้นของกะเพรามีฤทธิ์ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  13. ช่วยย่อยไขมัน (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  14. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  15. กะเพรา สรรพคุณช่วยขับน้ำดี (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  16. ช่วยแก้ลมพิษ ด้วยการใช้ใบกะเพราประมาณ 1 กำมือนำมาตำผสมเหล้าขาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ (ใบ)
  17. สรรพคุณของกะเพราใช้ทำเป็นยารักษากลากเกลื้อน ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 20 ใบนำมาขยี้ให้น้ำออกมา แล้วนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้งจนกว่าจะหาย (ใบ)
  18. ใช้เป็นยารักษาหูด ด้วยการใช้ใบกะเพราแดงสดนำมาขยี้แล้วทาบริเวณที่เป็นหูดเช้า-เย็น จนกว่าหัวหูดจะหลุดออกมา โดยระวังอย่าให้เข้าตาและถูกบริเวณผิวที่ไม่ได้เป็นหูด เพราะจะทำให้เนื้อดีเน่าเปื่อยและรักษาได้ยาก (ใบสด)
  19. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ด้วยการใช้ใบกะเพรานำมาตำผสมกับเหล้าขาว แล้วนำมาทาบริเวณที่ถูกกัด ห้ามนำมารับประทานเด็ดขาดเพราะจะมีสารยูจีนอล (Eugenol) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะ อาหารและอาจถึงขั้นโคม่าได้ (ใบ)
  20. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้ (น้ำมันใบกะเพรา)
  21. มีงานวิจัยพบว่ากะเพราสามารช่วยยับยั้งสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษที่มักพบเจือปนในอาหารซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งได้ (สารกสัดจากกะเพรา)
  22. ใบกะเพรา มีฤทธิ์ในการช่วยขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยลดระดับไขมันในร่างกายและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ โดยมีการใช้ใบกะเพราะในกระต่ายทดลอง โดยให้กระต่ายกินใบกะเพราติดต่อ 4 สัปดาห์พบว่าระดับไขมันโดยรวมลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันเลว (LDL) ลดลง แต่ไขมันชนิดดี (HDL) กลับเพิ่มขึ้น
  23. ช่วยเพิ่มน้ำนมให้สตรีหลังคลอดบุตร ด้วยการใช้ใบกะเพราสดประมาณ 1 กำมือ นำมาใส่แกงเลียงรับประทานบ่อยๆ ในช่วงหลังคลอด (ใบ)
  24. เมล็ดนำไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือกขาว นำมาใช้พอกบริเวณตา เมื่อมีฝุ่นละอองหรือเศษผงเข้าตา ผงหรือฝุ่นละอองก็จะหลุดออกมา โดยไม่ทำให้ตาของเรานั้นช้ำอีกด้วย (เมล็ด)
  25. ใบและกิ่งสดของกะเพรามีการนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยด้วยการต้มกลั่นจนได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.08 – 0.1 โดยมีราคาประมาณกิโลกรัมละหนึ่งหมื่นบาท
  26. สรรพคุณของกะเพราใช้ไล่ยุงหรือฆ่ายุง ด้วยการใช้ทั้งใบสดและกิ่งสด เอาใบมาขยี้แล้ววางใกล้ตัวๆ จะช่วยไล่ยุงและแมลงได้ โดยน้ำมันกะเพราะที่สกัดมาจากใบจะมีคุณสมบัติช่วยไล่ยุงได้ดีกว่าต้นสด (ใบสด,กิ่งสด)
  27. น้ำมันสกัดจากใบสด ช่วยล่อแมลง ทำให้แมลงวันทองบินมาตอมน้ำมันนี้ (น้ำมักสกัดจากใบสด)
  28. ประโยชน์ของกะเพรา ใช้ในการประกอบอาหารและช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ในเมนูกะเพราะสุดโปรด เช่น ผัดกะเพรา แกงเลียง แกงป่า แกงคั่ว แกงเขียวหวาน แกงส้มมะเขือขื่น ผัดกบ ผัดหมู ผัดปลาไหล พล่าปลาดุก พล่ากุ้ง หรือจะนำใบกะเพรามาทอดแล้วใช้โรยหน้าอาหารเมนูต่างๆก็ได้ ฯลฯ
  29. ใบกะเพราสามารถช่วยดับกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้ (ใบ)
Herb properties and benefits of Holy Basil 29 deals!



2013 Jul. 6 vegetable 7977 times







Holy Basil Holy Basil advertisements write one? between the Holy Basil or Basil or shift power, according to the Royal Institute dictionary?
 2542 (1999) is correct, is that the herb is found in [-view of Lake ash] falling away is used. Section, the term "power shift" refers to a type of distributed machines, and the word "Basil" Not found in any dictionary, it is write a summary that says "Holy Basil"
.
Holy Basil Ocimum tenuiflorum L., scientific name name for Holy basil in English, Sacred basil and other local names, such as komko komko Dong (Chiang Mai), Wrap wrap plu kwo คิมห IM Su TU Lam (Mae Hong Son), Holy Basil Holy Basil Holy Basil and white fur and Red (central region), E to usurp Thai (northeastern) The herb is falling away, which belong to LABIATAE (LAMIACEAE) family about 30-60 cm off solid cone. The Red Holy Basil has stems, red-green, Holy basil, white with green stems, white light and white furry. At the end of a pointed or rounded cones the Cape. I know and saw teeth on edge as wave plates, a furry white. Herb bouquet will bloom as the top end. Red purple mingle with white stars have a lot of. Feed the connecting cone petals helps tapering spikes There are fur outside.Mouth 2 mouth on 4 and lower, longer, and harder-headed 1-mouth on the furry praprai. Gaysorn voter results section of is 4 small dried seeds break out when there are black to Brown like oval
.
The herb is considered to be one of the herbs that are commonly used by many types of diseases and help maintain the drugs and medicines authentic Thai and Foreign Affairs, indicated that the herb is a commonly used herb in many aspects. Summer wind-driven flavors, spiciness to help cure heartburn cure sang up tight stomach cramping. Aid in digestion and help a nourishing and abroad have used the herb to treat disease more widely we lose again. He is considered a Holy Basil medications every disease and also considered the Queen of herbs (The Queen of herbs) or as a medicinal Elixir (The Elixir of life) at all, that
.
The shift, because there are 2 different types of red and white because of the shift because of the shift by the Red Holy Basil Holy Basil are the strong sensitivity of white. In an indication the Red Holy Basil is commonly used drugs. In most cases that is used as medicinal herbs, including a portion of the amount of Holy Basil. And both, but if implemented, the cooking herb used primarily in white
.
Properties of the herb

used as a medicinal Elixir (the elixir of life)
tool kayopun and preventing flu symptoms were (a)
the herb as a component of many types of drugs, such as herbal medicine, death stole for children. Children and medication etc 
Dried root taken with ready-to-drink tea or hot soup helps cure diseases that disability (root)
(a) fire helps
resolves symptoms nausea, vomiting, NGO (a)
.
Help cure the pain with using basil, fresh from their eating 1 cup fresh-squeezed to help resolve the pain as well as the bolt (a)
wind which solve pain feces (a)
Basil indication helps drive the wind in stomach (a)
.
Solve symptoms heartburn tight stomach (a)
herb commonly solve wind San respectively. (a) extraction of water from the powerful herb can reduce the compression of the intestine (water extraction from the beginning)
helps Digest fats (extract from water)
.
Help heal a wound in the stomach (water extraction from the beginning) of the gallbladder which
Anita Holy Basil (water extraction from the beginning)
resolves hives. By Basil about 1 handful mixed with his own white liquor is taken and then brought to the area as the hives (a)
.
Properties of the herb used as a medicinal treatment of dermatophytosis liver spots by using a live approximately 20 leaves taken out water, crushed and applied to the area once a day 2-3 times until it disappears (a)
.
Used as a medicinal treatment hut by using fresh basil, crushed red are brought where a hut (morning-evening) until the head of hut will be careful not to fall through into the skin and thukboriwen weren't as good meat hut makes it generally difficult to maintain, and rot. Solve the venom from insects bites. With the help of Basil bring liquor mixed with roasted white and then taken to the area bitten. Do not bring any meal because they contain substances UG arsenal (Eugenol), which may cause irritation in the stomach. (A) Inhibits the growth of germs and help kill some microbes have (Basil oil)
.
Research has found that the herb can help to curb crumpled substance aflatoxin. (Aflatoxin) which is a toxic mix that often found in food, which is the substance causing cancer. (can fit 3 from Holy Basil)
.
Basil With vitamin c to help drive the fat and excess sugar from the body to reduce the levels of fat in the body and reduce blood glucose levels can help prevent diabetes. By using the shift, because in experimental rabbits 4 weeks showed decreased levels of total fat, particularly fat, bad FAT (LDL) good types, but decreased (HDL) back up
.
Add milk, women after childbirth by using fresh basil about 1 handful put stew often served during lieng after birth (a)
.
Water-soaked seeds will swell as the white mucus. Implemented phokboriwen. When there is dust or powder into the eyes. Powder or dust, it leaked out. Without our eyes with cham (seed) Fresh herb leaves and twigs of the quarter has been eroded as essential oils with brewed until oil burner 0.08 per cent – about 0.1 kg with one thousand baht price
.
Use Chase mosquitoes or kill mosquitoes by using both the live and fresh branch. Take a break and then place near tua will help stop mosquitoes and insects because of shifts by the oil extracted from the leaves will have helped stop the mosquitoes better than the fresh (fresh leaves, branches live)
.
The oil extracted from the live help to lure the insects to swarm around a fly flying gold and this oil (often water extracted from a live)
.
Benefits of Holy Basil Used to make food and smell of meat. In the menu, shift, because ultimately, like Pad Thai Curry soup not spicy Green Curry Curry Curry, fried eggplant, fried pork, Orange, bitter-sour tasting fried frogs, eels, shrimp, fish plaa duk plaa. Etc Basil can help odor unpleasant mouth. (a)

เพลงอีแซว

เพลงพื้นบ้าน สุพรรณบุรี มีเพลงพื้นบ้านที่ร้องเล่นกันมาแต่สมัยโบราณ  เช่น เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ เพลงอีแซว ด้วยสุพรรณบุรีเป็นเมืองเกษตรแต่ดั้งเดิม อาชีพหลักคือการทำนา และประเพณีสำคัญที่ชาวสุพรรณรู้จักดี ก็คือประเพณี "ลงแขกเกี่ยวข้าว" คนสุพรรณเป็นคนที่มีนิสัยรื่นเริงชอบความสนุกสนาน เมื่อออกแรงทำนาเกี่ยวข้าว ก็จะหาอะไรที่สนุกเล่น แก้เหนื่อย ทำให้เกิดความคึกคัก ในระหว่างทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดเพลงพื้นบ้านขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเต้นกำ เพลงสงฟาง คนสุพรรณเล่นเพลงเหล่านี้มา ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดสืบต่อกันมา และขยายเป็นแหล่งชุมเพลงใหญ่ของประเทศ การเล่นเพลงพื้นบ้านนั้น ไม่ได้เล่นแค่คนสองคน แต่เล่นกันเป็นหมู่คณะ คนใหนเก่งก็เป็นพ่อเพลง แม่เพลง เก่งน้อยหน่อยว่าเองไม่ได้ ก็เป็นลูกคู่คอยกระทุ้ง บางคนก็คอยเคาะจังหวะ ตีเกราะ เคาะไม้ ตามสนุกพวกที่ร้องเล่นไม่ได้ ก็นั่งฟังหรือกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะ

ด้วยเหตที่คนสุพรรณมีวิถีชีวิตใกล้ชิดอยู่กับเพลงพื้นบ้าน ทำให้เพลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตวิญญาน ของคนสุพรรณเกือบทุกคน ทำให้เกิดศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินที่มีชื่อเเสียงมากมาย

ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ ปี 2528
แม่บัวผัน จันทร์ศรี 
ศิลปินแห่งชาติ(เพลงพื้นบ้าน) ปี2533
ครูแจ้ง คล้ายสีทอง 
ศิลปินแห่งชาติ ปี 2537
แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ 
ศิลปินแห่งชาติ (เพลงพื้นบ้านแห่งยุค) ปี 2539
ครูไวพจน์ เพชรสุพรรณ 
ศิลปินแห่งชาติ (ยอดศิลปินเพลงแหล่) ปี 2540



เพลงอีแซว  เป็นเพลงพื้นบ้านประจำท้องถิ่นของ สุพรรณบุรี มีกำเนิดและแพร่หลายในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและใกล้เคียง เพลงอีแซวมีความเป็นมาที่ยาวนาน มากกว่า 100 ปี โดยในช่วงแรกๆ นั้นมีลักษณะเป็นเพลงปฏิพากย์ ( เพลงโต้ตอบ ) ที่หนุ่มสาวใช้ร้องยั่วเย้า เกี้ยวพาราสีกันอย่างง่ายๆ สั้นๆ กระทั่งเมื่อ 60-70 ปีที่ผ่านมาจึงได้พัฒนาเป็นเพลงปฏิพากย์ยาวคือมีเนื้อเพลงที่ใช้ร้องในแต่ละครั้งยาวมากขึ้น พร้อมกับมีการดัดแปลงทำนองและลักษณะการร้องรับของลูกคู่ นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาเสื้อผ้าของผู้แสดง โดยจะนุ่งโจงกระเบนทั้งฝ่ายชายและหญิง ส่วนเสื้อนั้นฝ่ายหญิงจะใส่เสื้อแขนสั้นคอกลมหรือ คอเหลี่ยมกว้าง ฝ่ายชายมักจะใส่เสื้อแขนสั้นคอกลม สร้างสรรค์ความสะดุดตาด้วยสี ที่ฉูดฉาดเพื่อดึงดูดใจผู้ชม
ด้วยความนิยมในเพลงอีแซวทำให้สามารถแสดงได้เกือบทุกสถานที่และทุกโอกาสเพียงแต่ จะไม่มีการแสดงในงานแต่งงาน


วงอีแซวจะไม่มีข้อกำหนดเรื่อง จำนวนผู้แสดง แต่ในวงหนึ่งๆ จะมีการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ ของผู้แสดงประกอบด้วย พ่อเพลง ( ผู้ร้องนำฝ่ายชาย ) แม่เพลง ( ผู้ร้องนำฝ่ายหญิง ) คอต้น ( ผู้ร้องเพลงโต้ตอบคนแรก ) คอสอง , คอสาม ( ผู้ร้องคนที่สองและ สาม ) และ ลูกคู่จำนวนไม่จำกัด มีหน้าที่ร้องรับ ร้องซ้ำความ ร้องสอดแทรกขัดจังหวะ เพื่อความสนุกสนาน )

เพลงอีแซวมีจะดำเนินการแสดงโดยมีเนื้อหาเรียงลำดับ เริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู บทเกริ่น บทประ และจบท้ายด้วยบทจาก หรือบทลา
1 . บทไหว้ครู เป็นบทกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และผู้มีพระคุณ ได้แก่ พระรัตนตรัย เทวดา ภูตผี พ่อแม่ ครูอาจารย์ ( ครูเพลงของอีแซวจะมีสองแบบ “ ครูเพลงที่เป็นจิตวิญญาณ ”เช่นพระนารายณ์ ฤาษีหรือพ่อแก่ และครูอีกประเภทคือ “ ครู เพลงที่เป็นมนุษย์ ” นอกจากครูเพลงทั้งสองแบบแล้ว ก็มี “ครู พักลักจำ” ซึ่งหมายถึงครูที่ผู้ร้องไม่ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ได้ แอบจดจำเพลงหรือลีลา ) การร้องบทไหว้ครูจะต้องนั่งกับพื้นร้อง โดยมี พาน กำนลหรือพานไหว้ครูวางไว้ข้างหน้า หรือยกถือไว้ในขณะร้อง โดยพ่อเพลงจะร้องก่อน ตามด้วยแม่เพลง
2 . บทเกริ่น เป็นบทร้องของฝ่ายชายและหญิงก่อนที่จะ มาพบกันตามเหตุการณ์ที่สมมุติไว้ บทเกริ่นเริ่มต้นภายหลังจาก บทไหว้ครูจบลง ผู้แสดงทั้งหมดจะลุกขึ้นยืนร้อง “เพลงออกตัวมีเนื้อหาทักทายกัน แนะนำตัว ฝากตัวกับผู้ชม ตามด้วย เพลง แต่งตัว” หากสมมุติเหตุการณ์เป็นการชักชวนกันไปเที่ยวบ้าน สาวๆ พอมาถึงบ้านฝ่ายหญิงแล้วจะร้อง “เพลงปลอบ” ซึ่งเป็น เพลงที่ชักชวนให้ฝ่ายหญิงออกมาร้องเพลงโต้ตอบกัน
3 . เพลงประ หมายถึงการร้องปะทะคารมกันของทั้งสอง ฝ่าย เพลงประของวงอีแซวมีหลายแบบ ได้แก่ แนวรัก ( การเกี้ยว พาราสี ) แนวประลอง ( การทดสอบฝีปากหรือทดสอบภูมิปัญญา ) และแนวเพลงเรื่อง ( ดำเนินเรื่องราวตามเรื่องของ นิทาน นิยาย หรือวรรณกรรม )
4 . บทจาก หรือ บทลา เป็นเพลงที่ใช้ร้องเพื่อ แสดงถึงความอาลัยคู่เล่นเพลง ผู้ชม หรือ กล่าวอำลาผู้ชม หรือเจ้าภาพผู้ว่าจ้างให้มาแสดง
5 . การอวยพร เป็นการร้องขอบคุณเจ้าภาพ และ ผู้ชม รวมทั้งขอบคุณผู้ให้รางวัล

ขวัญจิต ศรีประจันต์ ....ตำนานแม่เพลงอีแซว
ศิลปินแห่งชาติ (เพลงพื้นบ้านแห่งยุค) ปี 2539
มีชื่อจริงว่า เกลียว เสร็จกิจ เกิดเมื่อ 3 สิงหาคม 2490 ที่ ต.วงน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นธิดาของนายอัง และนางปลด เสร็จกิจ มีพี่น้อง 3 คน


ขวัญจิต ศรีประจันต์ สนใจเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และแม้เชื้อสายทางพ่อจะมีญาติเป็นพ่อเพลงที่มีชื่อเสียงของสุพรรณบุรี แต่พ่อก็ไม่สนับสนุนให้เป็นแม่เพลงพื้นบ้านด้วยเกรงว่าความเป็นสาวรุ่นจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องชู้สาวตามมา แต่กลับสนับสนุนลูกสาวอีกคนหนึ่งที่อายุยังน้อยให้ไปฝึกหัดเพลงพื้นบ้านกับพ่อเพลงไสว วงษ์งามแทน ความสนใจเพลงพื้นบ้าน ทำให้ขวัญจิตติดตามดูการร้องเพลงอีแซวของแม่เพลงบัวผัน จันทร์ศรี (ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2533) เป็นประจำและต่อมาได้มีโอกาสไปดูแลน้องสาวที่อยู่กับครูไสว จึงได้เรียนรู้การเล่นเพลงอีแซวแบบครูพักลักจำจนท่องเนื้อเพลงได้หลากหลาย ทั้งลีลาเพลงแนวผู้ชายของครูไสวและเพลงแนวผู้หญิงของครูบัวผัน

ขวัญจิต เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และวรรณคดีเก่าๆของไทยอ่านแล้วก็นำเนื้อหานั้นมาแต่งเป็นเพลงอีแซว ร้องเล่นจนเกิดความแตกฉานซึ่งต่อมาได้ขอครูไสว แสดงบ้าง แม้ในระยะแรกๆครูไสวจะยังไม่อนุญาต แต่ในเวลาต่อมาเมื่อได้เห็นความอดทน ความตั้งใจจริง จึงอนุญาตให้แสดงความสามารถ และด้วยพลังเสียงที่กังวานมีไหวพริบ ปฏิภาณ เฉลียวฉลาดในการว่าเพลง ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักฟังเพลงอีแซวยิ่งนัก
ขวัญจิต ได้ตระเวนเล่นเพลงอีแซวอยู่กับวงพื้นบ้านอีกหลายวงเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์จากพ่อเพลง แม่เพลงอีกหลายคนและเริ่มแสดงเพลงอีแซวในต่างจังหวัด และในกรุงเทพมหานคร ในงานสังคีตศาลา หรืองานสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวงเป็นประจำ ทำให้มีความแตกฉานในเรื่องเพลงอีแซวมากยิ่งขึ้น สามารถเขียนเพลงเอง เพื่อใช้ในการแสดงและโต้ตอบเพลงสดๆ กับพ่อเพลงได้อย่างคมคายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม หลังจากเล่นเพลงอีแซวจนมีชื่อเสียงแล้วขวัญจิต ได้สมัครเป็นนักร้องลูกทุ่งโดยเริ่มอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งคณจำรัศ สุวคนธ์(น้อย) และวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ โดยได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกชื่อเพลง เบื่อสมบัติ งานเพลงของครู จิ๋ว พิจิตร เมื่อ ปี 2510 ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงจากเพลงลูกทุ่งจากเพลง “เบื่อสมบัติ” , “ลาน้องไปเวียดนาม”, “ลาโคราช”, “ขวัญใจโชเฟอร์” , “เกลียดคนหน้าทน” , “ขวัญใจคนจน” “แม่ครัวตัวอย่าง “ และ “แหลมตะลุมพุก “

จากนั้นได้แต่งเพลงเองได้แก่ “กับข้าวเพชฌฆาต” , “น้ำตาดอกคำใต้” , “สาวสุพรรณ “ ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างมาก ต่อมาจึงได้ตั้งวงดนตรีของตนเอง ชื่อวงขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นวงดนตรีที่นำระบบแสง สี เสียง ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาใช้ประกอบการแสดงนำเพลงอีแซวมาผสมผสานกับการแสดง เผยแพร่สู่ผู้ฟังทั่วประเทศจนเป็นที่รู้จักกันอย่างเป็นอย่างดี

พ.ศ. 2516 ขวัญจิต ยุติวงดนตรีลูกทุ่งแล้วกลับไปฟื้นฟูเพลงอีแซวที่ จ.สุพรรณบุรี อุทิศชีวิตในการอนุรักษ์ฟื้นฟู เผยแพร่และถ่ายทอดเพลงอีแซว ให้กับลูกศิษย์และผู้สนใจมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการในการเป็นวิทยากรสาธิต รับแขกบ้านแขกเมืองด้วยการแสดงพื้นบ้านติดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ที่มาhttp://th.wikipedia.org
ขอขอบคุณ คุณธเนต พุทธิพงษ์ สำหรับข้อมูลภาพถ่าย
https://www.facebook.com/noi.gps


ค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน โครงการวิจัยเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๑๕ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทย บ้านแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ 

ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย ประจำปี ๒๕๕๗ จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ชื่อโครงการ ค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน โครงการวิจัยเพลงพื้นบ้านภาคกลาง

ที่ปรึกษา
๑. อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
๒. แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์
๓. อาจารย์เอนก นาวิกมูล
๔. รองศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา
ผู้รับผิดชอบโครงการ
๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัวผัน สุพรรณยศ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กิตติศักดิ์ เกิดอรุณสุขศรี ๓. อาจารย์มณทิรา ตาเมือง ๔. นาวาอากาศโทสมบัติ สมศรีพลอย ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์โอฬาร รัตนภักดี

หลักการและเหตุผล
ภาคกลางของไทยเป็นแหล่งขุมทรัพย์ภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้าน ดังจะเห็นได้จากผลการรวบรวมข้อมูลภาคสนามของ เอนก นาวิกมูล เมื่อประมาณปี ๒๕๒๑ พบว่ามีถึง ๔๕ ชนิด ( เพลงนอกศตวรรษ,๒๕๕๐, คำนำ ) ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลางทั้งที่เป็น “เพลงเก่า” ที่รวบรวมแล้วและยังไม่ได้รวบรวม และ “เพลงใหม่” ที่ยังไม่ได้รวบรวม ล้วนเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและน่าสนใจ โดยเฉพาะมีแนวโน้มอย่างยิ่งที่จะสูญหาย เพราะวัฒนธรรมไทยนับวันจะยิ่ง “อ่อนแอ” และผู้สืบทอดก็ยิ่ง “อ่อนล้า”
ด้วยเหตุที่ภาคกลางเป็น “แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ” ที่สมบูรณ์เพียบพร้อม จึงเป็นที่ที่รองรับผู้คนจากหลายที่หลายถิ่น หลายชาติพันธุ์ และยังเป็น “ แอ่งน้ำใหญ่” ที่สายธารวัฒนธรรมอันหลากหลายไหลทะลักเข้ามาหลอมรวมปะปนโดยง่าย เพลงส่วนใหญ่ต้านกระแสวัฒนธรรมข้ามชาติไม่ไหวก็ล้า เสื่อมและสูญไปอย่างน่าเสียดาย

ปัจจุบันเพลงพื้นบ้านภาคกลางยังคงเหลือเพียงไม่กี่ชนิด เช่น เพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลำตัด และเพลงเรือ เหตุที่ยังมีลมหายใจแผ่วรินอยู่ได้นั้นส่วนหนึ่งอาจเพราะการส่งเสริมสนับสนุนจากสังคมและจากกลุ่มชาวบ้าน เช่น ปราชญ์ท้องถิ่น ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ครูเพลงและผู้ถ่ายทอดต่าง ๆ แต่นับวันบุคคลเหล่านี้จะยิ่งลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย หลายคนเสียชีวิตแล้ว เช่น แม่ประยูร ยมเยี่ยม และพ่อหวังเต๊ะ ที่ยังคงเหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุ บางคนมีปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการสืบสานเพลงพื้นบ้าน เช่น แม่ขวัญใจ ศรีประจันต์ มีอาการเจ็บป่วยมาหลายปี บางคนก็ถูกพิษมหาอุทกภัย เมื่อปี ๒๕๕๔ เช่น แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นต้น
ด้วยเหตุที่ภาคกลางเป็นแหล่งภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านที่สำคัญของประเทศ และนับวันผู้ถ่ายทอดที่มีความรู้ความสามารถจะลดน้อยลง กอปรกับผลการศึกษารวบรวมข้อมูลในภาพรวมที่เคยทำมานับเวลาแล้วนานกว่า ๓๐ ปี ข้อมูลย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลและบุคคล ข้อมูลทั้งหลายจึงควรได้รับการรวบรวมและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงพื้นบ้านภาคกลางจัดเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญของชาติไทย และสมควรนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลกต่อไปด้วย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี ๒๕๕๗ ให้แก่คณะผู้วิจัยในการดำเนินงานค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านครั้งนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ทั่วไป
๑. เพื่อรวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลางซึ่งชุมชนมีส่วนร่วม
๒. เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการสร้างสรรค์ การสืบทอดและการพิทักษ์รักษาเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งจะทำให้เกิดความพยายามในการพัฒนาแนวคิดและการปฏิบัติเพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๓. เพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลาง อันจะนำไปสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และนำเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติในลำดับต่อไป

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
๑. เพื่อจัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๒. เพื่อศึกษากระบวนการถ่ายทอดและสืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๓. เพื่อจัดประชุมตรวจสอบ ยืนยันและลงฉันทามติข้อมูลเพลงพื้นบ้านภาคกลาง

วิธีดำเนินโครงการ
การจัดทำค่าย “เพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน” มีรายละเอียด ดังนี้
๑. ชี้แจงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการแก่ชุมชนผ่านเครือข่ายศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มรักษ์เพลงพื้นบ้าน คณะเพลงพื้นบ้านภาคกลาง และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อรับสมัครและคัดกรองผู้แทนชุมชนเข้าค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านและร่วมเวทีเสวนาและให้ฉันทามติ จาก ๓๕ จังหวัด รวม ๗๐ คน
๒. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพลงพื้นบ้านภาคกลาง หัวข้อ “เพลงอีแซว เพลงเรือ เพลงฉ่อย ลำตัดและเพลงทรงเครื่อง”
๓. จัดเวทีเสวนาและให้ฉันทามติ ในวันสุดท้ายของการเข้าค่ายฯ
๔. รวบรวมข้อมูลภาคสนาม ตลอดระยะเวลาที่เข้าค่ายฯ โดยใช้วิธีการดังนี้
   ๑.) การสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth interview) เป็นการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ (informal interview) หรือพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ให้ข้อมูล ทำให้เกิดความไว้วางใจและได้ข้อมูลในระดับลึก   ๒.) การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม (Participant Observation) โดยผู้รวบรวมข้อมูลจะเข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมกิจกรรมกับชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลจริงมากที่สุด   ๓.) การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โดยเชิญบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือผู้ให้ข้อมูลสำคัญเข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถือว่าการประชุมกลุ่มย่อยเป็นการสร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนเป็นการตรวจสอบข้อมูลร่วมกันอีกด้วย ทั้งนี้เครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลได้แก่ การจดบันทึก เครื่องบันทึกเสียง กล้องถ่ายภาพนิ่ง และกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว
๕.ประมวลผล ได้แก่ วิเคราะห์ข้อมูลและเรียบเรียงรายงาน และจัดทำบัญชีรายการ ทั้งเอกสารหลักและเอกสารประกอบ
๖. ตรวจสอบ ยืนยันและให้ฉันทามติชุมชน โดยจัดการประชุมและนำเสนอต่อชุมชน เพื่อตรวจสอบ ยืนยันและให้ฉันทามติ

ขอบเขตและกลุ่มเป้าหมาย
ข้อมูลที่รวบรวมและจัดเก็บ กำหนดข้อมูล เพลงพื้นบ้านภาคกลางเฉพาะประเภทเพลงโต้ตอบของหนุ่มสาว ๕ ชนิด ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงเรือ ลำตัด และเพลงทรงเครื่อง เฉพาะที่สืบทอดอยู่ในปัจจุบัน โดยครูเพลง ศิลปินพื้นบ้าน และเยาวชน ทั้งที่เป็น “คณะ” หรือ “เคยเป็นคณะ” ซึ่งทุกคณะแสดง “เป็นอาชีพ”
พื้นที่ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล กำหนดพื้นที่รวบรวมข้อมูลในเขตภาคกลาง ทั้งหมด ๓๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์และอุทัยธานี
กลุ่มเป้าหมายหรือชุมชนที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ชุมชน” ในที่นี้คือ ประชาคมหรือผู้แทนกลุ่มชนที่สืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลางในเขต ๓๕ จังหวัด รวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า ๗๐ คน ได้แก่ ครูเพลง ศิลปินแห่งชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน ครูภูมิปัญญา ศิลปินพื้นบ้าน ครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างสรรค์และสืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง รวมทั้งคณะเพลงพื้นบ้านอาชีพ และคณะเพลงพื้นบ้านเยาวชนหรือสถาบันการศึกษาที่สืบทอดมาจากครูเพลงพื้นบ้าน ตลอดจนผู้ส่งเสริมและสนับสนุนเพลงพื้นบ้านภาคกลางกลุ่มต่าง ๆ เช่น นักวิชาการ บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชน

ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินโครงการ
ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทย บ้านแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคลังข้อมูลมรดกภูมิปัญญาในขอบเขตประเทศไทย อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองมรดก ภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลางในขอบเขตของประเทศไทยและของโลก
๒. ได้ความเข้าใจ ความเข้าถึง การยอมรับและฉันทามติในการปกป้องมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลางจากประชาคมชาวไทย รวมทั้งได้แนวคิดและแนวทางในการส่งเสริมและการพัฒนาเพลงพื้นบ้านภาคกลางสืบไปในบริบทที่เหมาะสม
๓. ได้เครือข่ายผู้สืบสานเพลงพื้นบ้านภาคกลางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้มีความศรัทธาและภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชาติ มีความพร้อมและความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดและส่งเสริมเพลงพื้นบ้านด้วยตนเองอย่างยั่งยืนตลอดไป

ระเบียบการสำหรับผู้เข้าฝึกอบรมเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
คุณสมบัติ
๑. เป็นผู้สืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๕ ชนิด ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงทรงเครื่อง เพลงเรือ เพลง อีแซวและลำตัด จากครูเพลงหรือหัวหน้าคณะเพลงที่แสดงเพลงดังกล่าวเป็นอาชีพ และผ่านการคัดกรองจากคณะผู้วิจัยแล้ว ๒. เป็นชาย/หญิง อายุ ๑๒ ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ต้องมีผู้ปกครองรับรองหรืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ๓. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตภาคกลาง ๓๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์และอุทัยธานี
๔. มีความมุ่งมั่นหมั่นเพียรที่จะรับการถ่ายทอดความรู้จากครูเพลงทุกคน สามารถถอดองค์ความรู้ที่ได้รับอย่างเต็มที่และเต็มใจ (กรอกแบบบันทึกการสังเกตและตอบสัมภาษณ์ทุกวัน)

ข้อตกลง
๑. ค่ายนี้เป็นค่ายพิเศษ เพื่อรวบรวมข้อมูล วิจัย และเสนอให้เพลงพื้นบ้านเป็นมรดกโลก จึงเป็นค่ายรวมพลคนรักษ์เพลง มาเรียนรู้ แล้วเก็บความรู้ เพื่อตนเองและชาติของเรา
๒. ผู้เข้าค่ายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อนึ่ง ค่ายนี้มีงบประมาณจำกัด จึงไม่มีการประกวด ไม่มีรางวัล เหมือนที่ผ่านมา ผู้ที่ผ่านการเข้าค่ายนี้มีสิทธิพิเศษในการเข้าค่ายเพาะกล้าฯ รุ่น ๓ ที่จะจัดเหมือน รุ่น ๑ และ ๒ ในโอกาสต่อไป
๓. ผู้เข้าค่ายต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติทุกประการ
 


Folk music, folk music, singing is the suphan buri played an ancient came like music, music, music, music relating to ship rice and choi, e to taunt with suphan buri is a traditional agriculture. The main occupation is farming. It is the tradition of "barn about rice," he said. People who have a habit of suphan carnival like fun. When the rice harvest, farming workers out to find anything fun to play to long cause a fuss. In between working together. Whether it's a song about rice. Dance music is. Music, song Fang people these Music Association Since Grandpa Grandpa, great-grandparents eyes beewax and expand as the country's largest music community sources. Folk music is played. Do not play just two people It may also have specific music or good music was my father's mother that the child did not even own a khoikrathung. Some people keep rhythmic tap hit armor. Knock on wood, that we didn't play for fun. They sit to listen or dance to the rhythm of hop by hop
.



With the road that people there are intimate lifestyle association with folk music. Making music is a part of the life spirit of Association almost everyone, causing the national artist and folk artist, an artist whose name is very important แสี

.Teachers ' Council of the national artist of the year-2528 (1985)
SI BUA River diversion of national artist Chan (folk music) year 2533 (1990)
teacher notification of national artists like gold year khwanchit
SI prachan 2537 (1994) mother's national artist (music, folk era) year 2539 (1996)
.Teacher Double-Entendre or play on words Diamond national artists Association (top music artist to chant) the year 2540 (1997)




.Music: folk songs to make fun of e-local of suphan buri with formation and widespread in the province, suphan buri and nearby. E music to mock the over 100-year-long early in it's music patiphak ( Young used to provoke complaints) that lovemaking roughly 60-70 when it briefly years ago and thus have developed as they have long patiphak music lyrics used to sing in a very long time. In addition, there have been develop by their clothes to wear a loincloth, both male and female Division. Best female Director to the shirt wears short sleeve square neck or wide wind stable. Man often wears short sleeve wind stable The flashy to attract audiences
With a song in e to taunt made displayable almost every place and on every occasion, but it will not be shown in wedding



.Band e to taunt, there will be no requirements. The number of those shows, but in a position of duty contributions show consists of music my father (a man vocals) Mae song (women's vocals) a ton (who sings the first dialog) two collections, A third (who sing a second and third) and his partner (an unlimited number is responsible for receiving complaints. Repeated requests for Requested interrupt interruption for fun)

E there to taunt performs songs by sorting content. Start with the introduction to Wai teacher. Chapter Herald Chapter by chapter and end-to-end dash from the La Chapter?
1. Chapters offer teachers a lesson the Holy things and fashioned with the Triple Gem: the grace of angels spirit parents teachers (teachers of music to mock the two would have "a music teacher spirit" such as Vishnu's father found the hermit. "Teacher man" is a song from both music teachers, teachers ' room, is "luxury." which means the teacher who requested not to leave the rest, but did sneak a memorable song or Leela) to articles requiring teachers to pray to sit on the floor to sing with "Phan-kamnon" Or just lift up while singing By his mother's music, music is first, followed by the cry
.2. Herald article is the lyrics of male and female Division before joining the met, according to a hypothetical event. Chapter Herald start after chapter to pray to the teacher ends. All exhibitors will rise to stand to sing "song selection" is content to say hello. Introduce yourself Followed by "music, dress up" If the event is assumed to persuade each other to go home. Home girls party, girls come out to sing "song to pacify," which is a song designed to persuade women to sing interact
.3. Music is meant to sing both duel. Music Director of bands, there are several types of horizontal e love to make fun of (lovemaking) trend test (test of verbal skill, or test of wisdom) and genre subjects (carried a story on the subject of tales. Or literary)
4. lessons from the music or singing a good-bye to a couple desperate to play music, the audience, or say farewell audience or host employers provided show
5. To bless is to sing thanks to host and the audience, as well as thanks to the award provider

.Khwanchit SI prachan Parent e-music legend .... to taunt
national artist (folk songs of the era) year 2539 (1996)
has a real name that spiral is an. Born on August 3 t. water band at 2490 lining, SI prachan,Suphan buri is a daughter of Mr. and Mrs. Andre detachment is an. There are 3 brothers who



.Khwanchit SI prachan interested in folk music since the age of 15 years and even the descent on my father's father was a cousin of famous songs of suphan buri. But support for the daughter of one of the other young, go to practice their folk music song worthy. Wong beauty instead. Interested in folk music make khwanchit keep track of her singing a song to taunt DDF BOA e Chan SI (national artist,Prof. 2533 (1990)) on a regular basis, and later had the opportunity to care for a sister who is a teacher, it is worthy to learn to play a song and instructors need to taunt a pinch e until the tour of a variety of genres including lyrics, lilaphleng men and women teachers teacher's Guide music stage is composed of 1 m

.Khwanchit is a man who likes to read books and literature of old Thai read the content, they make up a song to joke emails. Vocals played through a proficient, which subsequently asked the teacher what show is worthy. Even in the early stage, teachers will not be allowed for stage. Ambition and thus allow the stunt and energetic sound witty kangwan patiparn adroit in making music that is a favorite of students listening to music even more students to taunt the e
.Khwanchit has been crawled, playing music with folk band to hoax e-mails, many bands learn and broaden the experience from his music. Many other songs and MOM began to show a song e.

น้ำบาดาล


น้ำบาดาล เกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วซึมลงสู่ใต้พื้นดินถูกกักเก็บอยู่ในช่องว่างภายในชั้นดิน ชั้นหิน ผ่านการกรองตามธรรมชาติ จึงเป็นน้ำที่สะอาด สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การไหลของน้ำบาดาลจะแผ่กระจายไปใต้พื้นดินทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง แตกต่างจากน้ำผิวดิน ที่ไหลไปได้ในเฉพาะส่วนที่เป็นแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เท่านั้นน้ำบาดาลของประเทศไทย พบว่า น้ำบาดาลมีมากกว่าน้ำจืดประเภทอื่นถึง 24 เท่า (1.1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร) และมีการเพิ่มเติมของน้ำฝนลงไปชั้นน้ำทุกปี น้ำบาดาลมีทุกหนทุกแห่ง อยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินมีจำนวนหลายชั้นในที่ความลึกตั้งแต่15 เมตร ถึง มากกว่า 1,000 เมตร ปัจจุบันนี้พัฒนาถึงความลึกระดับ 600 เมตร สามารถเจาะพัฒนามาใช้ได้ในทุกพื้นที่เป็นแหล่งน้ำที่มั่นใจได้ว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดไป
การเกิดของน้ำบาดาล
บนพื้นผิวโลกของเรานั้นมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เป็นภูเขาสูง หุบเขา ที่ราบระหว่างภูเขา ทะเลทราย ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ ที่ราบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงพื้นที่เกาะ สภาพการดำเนินชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ในแต่ละพื้นที่ก็ล้วนแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือต้องพึ่งพาอาศัยน้ำในการดำรงชีวิต
โลกของเรานั้นมีน้ำถึง 2 ใน 3 ประกอบไปด้วย "น้ำฟ้า หรือ น้ำในบรรยากาศ (Atmospheric water) ที่อยู่ในรูปของ ไอน้ำ เมฆ หมอก เมื่อกลั่นตัว ก็จะตกลงมาสู่พื้นดินในรูปของน้ำฝนหรือหิมะ กลายเป็น "น้ำผิวดิน (Surface water)" อันได้แก่ แม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง ทะเล และมหาสมุทร น้ำบางส่วนจะซึมลงสู่ใต้ดิน และถูกกักเก็บไว้ใน ชั้นดิน ชั้นหิน เป็น "น้ำใต้ดิน (Subsurface water หรือ น้ำบาดาล (Groundwater)" ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มองไม่เห็น (Invisible resource) แต่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสัมพันธ์ของน้ำทั้ง 3 ชนิดนี้ เรียกว่า "วัฏจักรของน้ำ (Hydrologic cycle)"
วัฏจักรของน้ำ (Hydrologic cycle)"น้ำในโลกนี้กว่าร้อยละ 97 เป็นน้ำในทะเลและมหาสมุทรซึ่งเป็นน้ำเค็ม มีเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด ในร้อยละ 3 นี้ เป็นน้ำแข็งที่ขั้วโลกและธารน้ำแข็งถึงร้อยละ 2.3 เป็นน้ำใต้ดินร้อยละ 0.69 ส่วนน้ำจืดในแม่น้ำและแหล่งน้ำผิวดินทั้งหลายที่เราเห็นกันอยู่ คิดเป็นปริมาณน้ำเพียงร้อยละ 0.01 ของน้ำในโลกเท่านั้น น้ำใต้ดินจึงเป็นน้ำจืดที่อยู่ในรูปของของเหลวที่มีปริมาณมากทุกสุดบนโลก ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้ทันทีขณะที่ฝนตกลงมา น้ำส่วนใหญ่จะไหลหลากไปบนพื้นดินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ และถูกกักเก็บไว้ตามแหล่งน้ำผิวดินต่างๆ น้ำฝน และน้ำในแหล่งน้ำผิวดินเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะไหลซึมลงสู่ชั้นดินชั้นหินที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลก โดยน้ำบางส่วนจะถูกกักเก็บอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดดิน ในบริเวณที่ยังมีการสัมผัสกับอากาศอยู่ (zone of aeration) เราจะเรียกน้ำส่วนนี้ว่า น้ำในดิน (Soil water) ซึ่งพืชจะสามารถนำน้ำส่วนนี้ไปใช้ได้เลยครับ
ต่อจากนั้นน้ำส่วนที่เหลือจะไหลซึมลึกลงไปจนถึงชั้นดิน ชั้นหินอิ่มตัวด้วยน้ำ (zone of saturation) โดยน้ำจะถูกกักเก็บไว้ตามรูพรุน ในช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน หรือตามรอยแตก รอยแยกในหิน จนกระทั่งตะกอน หรือหิน ดังกล่าวมีน้ำแทรกอยู่เต็มไปหมด ซึ่งน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในชั้นนี้แหล่ะครับที่เราเรียกว่า "น้ำบาดาล (Groundwater)" และผิวบนสุดของบริเวณที่อิ่มตัวด้วยน้ำนี้เรียกว่า ระดับน้ำบาดาล (water table)
ชั้นตะกอนร่วน หรือ หินแข็ง ที่เป็นแหล่งกักเก็บของน้ำบาดาลนี้ รวมเรียกว่า "ชั้นหินอุ้มน้ำ (Water bearing rocks)"ถ้าชั้นหินอุ้มน้ำใด มีความพรุนสูง มีคุณสมบัติยอมให้น้ำไหลผ่านได้ง่าย จะเรียกว่า "ชั้นหินให้น้ำ (Aquifer)" แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ชั้นหินให้น้ำไม่มีแรงดัน และ ชั้นหินให้น้ำมีแรงดัน
ในทางตรงกันข้าม เราจะเรียกชั้นตะกอนหรือหินที่มีเนื้อแน่น ไม่ยอมให้น้ำซึมผ่านได้ หรือซึมผ่านได้น้อยว่า "ชั้นหินกันน้ำ (confining layer)" อย่างเช่นชั้นดินเหนียว นอกจากนั้นยังมี "ชั้นหินให้น้ำปลอม (Perch aquifer)" ด้วย


Groundwater Caused by rain water that fall and then absorbed into the under ground is planted in spaces within chandin. Natural stone floors, it is filtered water can be reused. Different from surface water runoff in the Huai River Delta swamp Canal is only the nation's groundwater swamp Thai. I found that groundwater is more than freshwater and other categories to 24 times (1.1 trillion cubic metres), and there is more rain water ground water every year. Groundwater is everywhere. Live deep beneath the surface of many layers at depth from 15. M to greater than 1,0 meters, the current level of 600 meters in depth and development. Since it is a high mountain valley Plains between the mountains, the desert plateau basin plain coastal plain to the island areas. Conditions of life and of human activities in each area are different. 2 in 3 consists of blue water "or water in the atmosphere (Atmospheric water) in a haze of steam when condensing, it will fall to the ground in the form of rain or snow to become" water surface (Surface water) "including the river stream Huai Nong Canal. The sea and the ocean. Some water is absorbed into the ground, and was planted in a rock layer, chandin "underground water (groundwater or water Subsurface (Groundwater)", which is a body of water that are not visible (Invisible resource) The relationship of this type of 3 water called "the cycle of water (Hydrologic cycle)" the cycle of water (Hydrologic cycle) "water in the world with more than 97 percent of the water in the seas and oceans, which is salt water, only 3 percent is fresh water in 3 percent. 2.3 0.69 percent of underground water is the best water in rivers and water sources, all the surface we see each other. Water quantity is 0 percent.1 only in a world of water. Underground water is fresh water that is in the form of a liquid that has plenty of everything on Earth. We can be implemented as soon as the rain fall. Most of the water will flow to the range on the ground from the highest to the lowest. Rain water and water in these water sources, soil surface. Part will ooze into the stone floor, chandin deep beneath the surface of the Earth. Some water will be planted is stored according to the gap between rollers; In the area there are also exposed to the weather (the zone of aeration) Water in the soil (Soil water) in which the plants will be able to bring this water to use it lol: then the remaining water will ooze deep till chandin. Stone floor saturated with water (the zone of saturation), water will be planted, stored by capillary. In the gap between grain sediment. In a crevice in the rocks until the sludge or stones. It had inserted him. Where the water is stored in this layer collects it sucks that we called "deep underground water (Groundwater)" and the top surface of the water with a saturated area called the deep underground water level. Table rock-solid sludge layer) or ruan as the source of the groundwater catchment include called "stones to absorb water (Water bearing rocks)" If the stones to absorb any water. There is a plum high. Features allow easy-flowing water is called "stones, water (Aquifer)," he said. 2 types of stones, there are no water pressure and water pressure, there are stones in the opposite way. We will call the floor sediments or rocks with texture. Do not allow water to permeate through the ingress or less which means "stone floor waterproof (confining layer)," he said. There is also a "fake stones, water (aquifer Perch)"; 
.