วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

เพลงอีแซว

เพลงพื้นบ้าน สุพรรณบุรี มีเพลงพื้นบ้านที่ร้องเล่นกันมาแต่สมัยโบราณ  เช่น เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ เพลงอีแซว ด้วยสุพรรณบุรีเป็นเมืองเกษตรแต่ดั้งเดิม อาชีพหลักคือการทำนา และประเพณีสำคัญที่ชาวสุพรรณรู้จักดี ก็คือประเพณี "ลงแขกเกี่ยวข้าว" คนสุพรรณเป็นคนที่มีนิสัยรื่นเริงชอบความสนุกสนาน เมื่อออกแรงทำนาเกี่ยวข้าว ก็จะหาอะไรที่สนุกเล่น แก้เหนื่อย ทำให้เกิดความคึกคัก ในระหว่างทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดเพลงพื้นบ้านขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเต้นกำ เพลงสงฟาง คนสุพรรณเล่นเพลงเหล่านี้มา ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดสืบต่อกันมา และขยายเป็นแหล่งชุมเพลงใหญ่ของประเทศ การเล่นเพลงพื้นบ้านนั้น ไม่ได้เล่นแค่คนสองคน แต่เล่นกันเป็นหมู่คณะ คนใหนเก่งก็เป็นพ่อเพลง แม่เพลง เก่งน้อยหน่อยว่าเองไม่ได้ ก็เป็นลูกคู่คอยกระทุ้ง บางคนก็คอยเคาะจังหวะ ตีเกราะ เคาะไม้ ตามสนุกพวกที่ร้องเล่นไม่ได้ ก็นั่งฟังหรือกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะ

ด้วยเหตที่คนสุพรรณมีวิถีชีวิตใกล้ชิดอยู่กับเพลงพื้นบ้าน ทำให้เพลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตวิญญาน ของคนสุพรรณเกือบทุกคน ทำให้เกิดศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินที่มีชื่อเเสียงมากมาย

ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ ปี 2528
แม่บัวผัน จันทร์ศรี 
ศิลปินแห่งชาติ(เพลงพื้นบ้าน) ปี2533
ครูแจ้ง คล้ายสีทอง 
ศิลปินแห่งชาติ ปี 2537
แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ 
ศิลปินแห่งชาติ (เพลงพื้นบ้านแห่งยุค) ปี 2539
ครูไวพจน์ เพชรสุพรรณ 
ศิลปินแห่งชาติ (ยอดศิลปินเพลงแหล่) ปี 2540



เพลงอีแซว  เป็นเพลงพื้นบ้านประจำท้องถิ่นของ สุพรรณบุรี มีกำเนิดและแพร่หลายในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและใกล้เคียง เพลงอีแซวมีความเป็นมาที่ยาวนาน มากกว่า 100 ปี โดยในช่วงแรกๆ นั้นมีลักษณะเป็นเพลงปฏิพากย์ ( เพลงโต้ตอบ ) ที่หนุ่มสาวใช้ร้องยั่วเย้า เกี้ยวพาราสีกันอย่างง่ายๆ สั้นๆ กระทั่งเมื่อ 60-70 ปีที่ผ่านมาจึงได้พัฒนาเป็นเพลงปฏิพากย์ยาวคือมีเนื้อเพลงที่ใช้ร้องในแต่ละครั้งยาวมากขึ้น พร้อมกับมีการดัดแปลงทำนองและลักษณะการร้องรับของลูกคู่ นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาเสื้อผ้าของผู้แสดง โดยจะนุ่งโจงกระเบนทั้งฝ่ายชายและหญิง ส่วนเสื้อนั้นฝ่ายหญิงจะใส่เสื้อแขนสั้นคอกลมหรือ คอเหลี่ยมกว้าง ฝ่ายชายมักจะใส่เสื้อแขนสั้นคอกลม สร้างสรรค์ความสะดุดตาด้วยสี ที่ฉูดฉาดเพื่อดึงดูดใจผู้ชม
ด้วยความนิยมในเพลงอีแซวทำให้สามารถแสดงได้เกือบทุกสถานที่และทุกโอกาสเพียงแต่ จะไม่มีการแสดงในงานแต่งงาน


วงอีแซวจะไม่มีข้อกำหนดเรื่อง จำนวนผู้แสดง แต่ในวงหนึ่งๆ จะมีการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ ของผู้แสดงประกอบด้วย พ่อเพลง ( ผู้ร้องนำฝ่ายชาย ) แม่เพลง ( ผู้ร้องนำฝ่ายหญิง ) คอต้น ( ผู้ร้องเพลงโต้ตอบคนแรก ) คอสอง , คอสาม ( ผู้ร้องคนที่สองและ สาม ) และ ลูกคู่จำนวนไม่จำกัด มีหน้าที่ร้องรับ ร้องซ้ำความ ร้องสอดแทรกขัดจังหวะ เพื่อความสนุกสนาน )

เพลงอีแซวมีจะดำเนินการแสดงโดยมีเนื้อหาเรียงลำดับ เริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู บทเกริ่น บทประ และจบท้ายด้วยบทจาก หรือบทลา
1 . บทไหว้ครู เป็นบทกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และผู้มีพระคุณ ได้แก่ พระรัตนตรัย เทวดา ภูตผี พ่อแม่ ครูอาจารย์ ( ครูเพลงของอีแซวจะมีสองแบบ “ ครูเพลงที่เป็นจิตวิญญาณ ”เช่นพระนารายณ์ ฤาษีหรือพ่อแก่ และครูอีกประเภทคือ “ ครู เพลงที่เป็นมนุษย์ ” นอกจากครูเพลงทั้งสองแบบแล้ว ก็มี “ครู พักลักจำ” ซึ่งหมายถึงครูที่ผู้ร้องไม่ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ได้ แอบจดจำเพลงหรือลีลา ) การร้องบทไหว้ครูจะต้องนั่งกับพื้นร้อง โดยมี พาน กำนลหรือพานไหว้ครูวางไว้ข้างหน้า หรือยกถือไว้ในขณะร้อง โดยพ่อเพลงจะร้องก่อน ตามด้วยแม่เพลง
2 . บทเกริ่น เป็นบทร้องของฝ่ายชายและหญิงก่อนที่จะ มาพบกันตามเหตุการณ์ที่สมมุติไว้ บทเกริ่นเริ่มต้นภายหลังจาก บทไหว้ครูจบลง ผู้แสดงทั้งหมดจะลุกขึ้นยืนร้อง “เพลงออกตัวมีเนื้อหาทักทายกัน แนะนำตัว ฝากตัวกับผู้ชม ตามด้วย เพลง แต่งตัว” หากสมมุติเหตุการณ์เป็นการชักชวนกันไปเที่ยวบ้าน สาวๆ พอมาถึงบ้านฝ่ายหญิงแล้วจะร้อง “เพลงปลอบ” ซึ่งเป็น เพลงที่ชักชวนให้ฝ่ายหญิงออกมาร้องเพลงโต้ตอบกัน
3 . เพลงประ หมายถึงการร้องปะทะคารมกันของทั้งสอง ฝ่าย เพลงประของวงอีแซวมีหลายแบบ ได้แก่ แนวรัก ( การเกี้ยว พาราสี ) แนวประลอง ( การทดสอบฝีปากหรือทดสอบภูมิปัญญา ) และแนวเพลงเรื่อง ( ดำเนินเรื่องราวตามเรื่องของ นิทาน นิยาย หรือวรรณกรรม )
4 . บทจาก หรือ บทลา เป็นเพลงที่ใช้ร้องเพื่อ แสดงถึงความอาลัยคู่เล่นเพลง ผู้ชม หรือ กล่าวอำลาผู้ชม หรือเจ้าภาพผู้ว่าจ้างให้มาแสดง
5 . การอวยพร เป็นการร้องขอบคุณเจ้าภาพ และ ผู้ชม รวมทั้งขอบคุณผู้ให้รางวัล

ขวัญจิต ศรีประจันต์ ....ตำนานแม่เพลงอีแซว
ศิลปินแห่งชาติ (เพลงพื้นบ้านแห่งยุค) ปี 2539
มีชื่อจริงว่า เกลียว เสร็จกิจ เกิดเมื่อ 3 สิงหาคม 2490 ที่ ต.วงน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นธิดาของนายอัง และนางปลด เสร็จกิจ มีพี่น้อง 3 คน


ขวัญจิต ศรีประจันต์ สนใจเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และแม้เชื้อสายทางพ่อจะมีญาติเป็นพ่อเพลงที่มีชื่อเสียงของสุพรรณบุรี แต่พ่อก็ไม่สนับสนุนให้เป็นแม่เพลงพื้นบ้านด้วยเกรงว่าความเป็นสาวรุ่นจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องชู้สาวตามมา แต่กลับสนับสนุนลูกสาวอีกคนหนึ่งที่อายุยังน้อยให้ไปฝึกหัดเพลงพื้นบ้านกับพ่อเพลงไสว วงษ์งามแทน ความสนใจเพลงพื้นบ้าน ทำให้ขวัญจิตติดตามดูการร้องเพลงอีแซวของแม่เพลงบัวผัน จันทร์ศรี (ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2533) เป็นประจำและต่อมาได้มีโอกาสไปดูแลน้องสาวที่อยู่กับครูไสว จึงได้เรียนรู้การเล่นเพลงอีแซวแบบครูพักลักจำจนท่องเนื้อเพลงได้หลากหลาย ทั้งลีลาเพลงแนวผู้ชายของครูไสวและเพลงแนวผู้หญิงของครูบัวผัน

ขวัญจิต เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และวรรณคดีเก่าๆของไทยอ่านแล้วก็นำเนื้อหานั้นมาแต่งเป็นเพลงอีแซว ร้องเล่นจนเกิดความแตกฉานซึ่งต่อมาได้ขอครูไสว แสดงบ้าง แม้ในระยะแรกๆครูไสวจะยังไม่อนุญาต แต่ในเวลาต่อมาเมื่อได้เห็นความอดทน ความตั้งใจจริง จึงอนุญาตให้แสดงความสามารถ และด้วยพลังเสียงที่กังวานมีไหวพริบ ปฏิภาณ เฉลียวฉลาดในการว่าเพลง ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักฟังเพลงอีแซวยิ่งนัก
ขวัญจิต ได้ตระเวนเล่นเพลงอีแซวอยู่กับวงพื้นบ้านอีกหลายวงเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์จากพ่อเพลง แม่เพลงอีกหลายคนและเริ่มแสดงเพลงอีแซวในต่างจังหวัด และในกรุงเทพมหานคร ในงานสังคีตศาลา หรืองานสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวงเป็นประจำ ทำให้มีความแตกฉานในเรื่องเพลงอีแซวมากยิ่งขึ้น สามารถเขียนเพลงเอง เพื่อใช้ในการแสดงและโต้ตอบเพลงสดๆ กับพ่อเพลงได้อย่างคมคายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม หลังจากเล่นเพลงอีแซวจนมีชื่อเสียงแล้วขวัญจิต ได้สมัครเป็นนักร้องลูกทุ่งโดยเริ่มอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งคณจำรัศ สุวคนธ์(น้อย) และวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ โดยได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกชื่อเพลง เบื่อสมบัติ งานเพลงของครู จิ๋ว พิจิตร เมื่อ ปี 2510 ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงจากเพลงลูกทุ่งจากเพลง “เบื่อสมบัติ” , “ลาน้องไปเวียดนาม”, “ลาโคราช”, “ขวัญใจโชเฟอร์” , “เกลียดคนหน้าทน” , “ขวัญใจคนจน” “แม่ครัวตัวอย่าง “ และ “แหลมตะลุมพุก “

จากนั้นได้แต่งเพลงเองได้แก่ “กับข้าวเพชฌฆาต” , “น้ำตาดอกคำใต้” , “สาวสุพรรณ “ ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างมาก ต่อมาจึงได้ตั้งวงดนตรีของตนเอง ชื่อวงขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นวงดนตรีที่นำระบบแสง สี เสียง ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาใช้ประกอบการแสดงนำเพลงอีแซวมาผสมผสานกับการแสดง เผยแพร่สู่ผู้ฟังทั่วประเทศจนเป็นที่รู้จักกันอย่างเป็นอย่างดี

พ.ศ. 2516 ขวัญจิต ยุติวงดนตรีลูกทุ่งแล้วกลับไปฟื้นฟูเพลงอีแซวที่ จ.สุพรรณบุรี อุทิศชีวิตในการอนุรักษ์ฟื้นฟู เผยแพร่และถ่ายทอดเพลงอีแซว ให้กับลูกศิษย์และผู้สนใจมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการในการเป็นวิทยากรสาธิต รับแขกบ้านแขกเมืองด้วยการแสดงพื้นบ้านติดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ที่มาhttp://th.wikipedia.org
ขอขอบคุณ คุณธเนต พุทธิพงษ์ สำหรับข้อมูลภาพถ่าย
https://www.facebook.com/noi.gps


ค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน โครงการวิจัยเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๑๕ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทย บ้านแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ 

ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย ประจำปี ๒๕๕๗ จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ชื่อโครงการ ค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน โครงการวิจัยเพลงพื้นบ้านภาคกลาง

ที่ปรึกษา
๑. อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
๒. แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์
๓. อาจารย์เอนก นาวิกมูล
๔. รองศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา
ผู้รับผิดชอบโครงการ
๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัวผัน สุพรรณยศ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กิตติศักดิ์ เกิดอรุณสุขศรี ๓. อาจารย์มณทิรา ตาเมือง ๔. นาวาอากาศโทสมบัติ สมศรีพลอย ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์โอฬาร รัตนภักดี

หลักการและเหตุผล
ภาคกลางของไทยเป็นแหล่งขุมทรัพย์ภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้าน ดังจะเห็นได้จากผลการรวบรวมข้อมูลภาคสนามของ เอนก นาวิกมูล เมื่อประมาณปี ๒๕๒๑ พบว่ามีถึง ๔๕ ชนิด ( เพลงนอกศตวรรษ,๒๕๕๐, คำนำ ) ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลางทั้งที่เป็น “เพลงเก่า” ที่รวบรวมแล้วและยังไม่ได้รวบรวม และ “เพลงใหม่” ที่ยังไม่ได้รวบรวม ล้วนเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและน่าสนใจ โดยเฉพาะมีแนวโน้มอย่างยิ่งที่จะสูญหาย เพราะวัฒนธรรมไทยนับวันจะยิ่ง “อ่อนแอ” และผู้สืบทอดก็ยิ่ง “อ่อนล้า”
ด้วยเหตุที่ภาคกลางเป็น “แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ” ที่สมบูรณ์เพียบพร้อม จึงเป็นที่ที่รองรับผู้คนจากหลายที่หลายถิ่น หลายชาติพันธุ์ และยังเป็น “ แอ่งน้ำใหญ่” ที่สายธารวัฒนธรรมอันหลากหลายไหลทะลักเข้ามาหลอมรวมปะปนโดยง่าย เพลงส่วนใหญ่ต้านกระแสวัฒนธรรมข้ามชาติไม่ไหวก็ล้า เสื่อมและสูญไปอย่างน่าเสียดาย

ปัจจุบันเพลงพื้นบ้านภาคกลางยังคงเหลือเพียงไม่กี่ชนิด เช่น เพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลำตัด และเพลงเรือ เหตุที่ยังมีลมหายใจแผ่วรินอยู่ได้นั้นส่วนหนึ่งอาจเพราะการส่งเสริมสนับสนุนจากสังคมและจากกลุ่มชาวบ้าน เช่น ปราชญ์ท้องถิ่น ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ครูเพลงและผู้ถ่ายทอดต่าง ๆ แต่นับวันบุคคลเหล่านี้จะยิ่งลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย หลายคนเสียชีวิตแล้ว เช่น แม่ประยูร ยมเยี่ยม และพ่อหวังเต๊ะ ที่ยังคงเหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุ บางคนมีปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการสืบสานเพลงพื้นบ้าน เช่น แม่ขวัญใจ ศรีประจันต์ มีอาการเจ็บป่วยมาหลายปี บางคนก็ถูกพิษมหาอุทกภัย เมื่อปี ๒๕๕๔ เช่น แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นต้น
ด้วยเหตุที่ภาคกลางเป็นแหล่งภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านที่สำคัญของประเทศ และนับวันผู้ถ่ายทอดที่มีความรู้ความสามารถจะลดน้อยลง กอปรกับผลการศึกษารวบรวมข้อมูลในภาพรวมที่เคยทำมานับเวลาแล้วนานกว่า ๓๐ ปี ข้อมูลย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลและบุคคล ข้อมูลทั้งหลายจึงควรได้รับการรวบรวมและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงพื้นบ้านภาคกลางจัดเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญของชาติไทย และสมควรนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลกต่อไปด้วย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี ๒๕๕๗ ให้แก่คณะผู้วิจัยในการดำเนินงานค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านครั้งนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ทั่วไป
๑. เพื่อรวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลางซึ่งชุมชนมีส่วนร่วม
๒. เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการสร้างสรรค์ การสืบทอดและการพิทักษ์รักษาเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งจะทำให้เกิดความพยายามในการพัฒนาแนวคิดและการปฏิบัติเพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๓. เพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลาง อันจะนำไปสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และนำเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติในลำดับต่อไป

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
๑. เพื่อจัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๒. เพื่อศึกษากระบวนการถ่ายทอดและสืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
๓. เพื่อจัดประชุมตรวจสอบ ยืนยันและลงฉันทามติข้อมูลเพลงพื้นบ้านภาคกลาง

วิธีดำเนินโครงการ
การจัดทำค่าย “เพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน” มีรายละเอียด ดังนี้
๑. ชี้แจงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการแก่ชุมชนผ่านเครือข่ายศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มรักษ์เพลงพื้นบ้าน คณะเพลงพื้นบ้านภาคกลาง และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อรับสมัครและคัดกรองผู้แทนชุมชนเข้าค่ายเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านและร่วมเวทีเสวนาและให้ฉันทามติ จาก ๓๕ จังหวัด รวม ๗๐ คน
๒. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพลงพื้นบ้านภาคกลาง หัวข้อ “เพลงอีแซว เพลงเรือ เพลงฉ่อย ลำตัดและเพลงทรงเครื่อง”
๓. จัดเวทีเสวนาและให้ฉันทามติ ในวันสุดท้ายของการเข้าค่ายฯ
๔. รวบรวมข้อมูลภาคสนาม ตลอดระยะเวลาที่เข้าค่ายฯ โดยใช้วิธีการดังนี้
   ๑.) การสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth interview) เป็นการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ (informal interview) หรือพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ให้ข้อมูล ทำให้เกิดความไว้วางใจและได้ข้อมูลในระดับลึก   ๒.) การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม (Participant Observation) โดยผู้รวบรวมข้อมูลจะเข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมกิจกรรมกับชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลจริงมากที่สุด   ๓.) การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โดยเชิญบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือผู้ให้ข้อมูลสำคัญเข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถือว่าการประชุมกลุ่มย่อยเป็นการสร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนเป็นการตรวจสอบข้อมูลร่วมกันอีกด้วย ทั้งนี้เครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลได้แก่ การจดบันทึก เครื่องบันทึกเสียง กล้องถ่ายภาพนิ่ง และกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว
๕.ประมวลผล ได้แก่ วิเคราะห์ข้อมูลและเรียบเรียงรายงาน และจัดทำบัญชีรายการ ทั้งเอกสารหลักและเอกสารประกอบ
๖. ตรวจสอบ ยืนยันและให้ฉันทามติชุมชน โดยจัดการประชุมและนำเสนอต่อชุมชน เพื่อตรวจสอบ ยืนยันและให้ฉันทามติ

ขอบเขตและกลุ่มเป้าหมาย
ข้อมูลที่รวบรวมและจัดเก็บ กำหนดข้อมูล เพลงพื้นบ้านภาคกลางเฉพาะประเภทเพลงโต้ตอบของหนุ่มสาว ๕ ชนิด ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงเรือ ลำตัด และเพลงทรงเครื่อง เฉพาะที่สืบทอดอยู่ในปัจจุบัน โดยครูเพลง ศิลปินพื้นบ้าน และเยาวชน ทั้งที่เป็น “คณะ” หรือ “เคยเป็นคณะ” ซึ่งทุกคณะแสดง “เป็นอาชีพ”
พื้นที่ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล กำหนดพื้นที่รวบรวมข้อมูลในเขตภาคกลาง ทั้งหมด ๓๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์และอุทัยธานี
กลุ่มเป้าหมายหรือชุมชนที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ชุมชน” ในที่นี้คือ ประชาคมหรือผู้แทนกลุ่มชนที่สืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลางในเขต ๓๕ จังหวัด รวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า ๗๐ คน ได้แก่ ครูเพลง ศิลปินแห่งชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน ครูภูมิปัญญา ศิลปินพื้นบ้าน ครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างสรรค์และสืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง รวมทั้งคณะเพลงพื้นบ้านอาชีพ และคณะเพลงพื้นบ้านเยาวชนหรือสถาบันการศึกษาที่สืบทอดมาจากครูเพลงพื้นบ้าน ตลอดจนผู้ส่งเสริมและสนับสนุนเพลงพื้นบ้านภาคกลางกลุ่มต่าง ๆ เช่น นักวิชาการ บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชน

ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินโครงการ
ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทย บ้านแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคลังข้อมูลมรดกภูมิปัญญาในขอบเขตประเทศไทย อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองมรดก ภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลางในขอบเขตของประเทศไทยและของโลก
๒. ได้ความเข้าใจ ความเข้าถึง การยอมรับและฉันทามติในการปกป้องมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลางจากประชาคมชาวไทย รวมทั้งได้แนวคิดและแนวทางในการส่งเสริมและการพัฒนาเพลงพื้นบ้านภาคกลางสืบไปในบริบทที่เหมาะสม
๓. ได้เครือข่ายผู้สืบสานเพลงพื้นบ้านภาคกลางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้มีความศรัทธาและภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชาติ มีความพร้อมและความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดและส่งเสริมเพลงพื้นบ้านด้วยตนเองอย่างยั่งยืนตลอดไป

ระเบียบการสำหรับผู้เข้าฝึกอบรมเพลงพื้นบ้านภาคกลาง
คุณสมบัติ
๑. เป็นผู้สืบทอดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๕ ชนิด ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงทรงเครื่อง เพลงเรือ เพลง อีแซวและลำตัด จากครูเพลงหรือหัวหน้าคณะเพลงที่แสดงเพลงดังกล่าวเป็นอาชีพ และผ่านการคัดกรองจากคณะผู้วิจัยแล้ว ๒. เป็นชาย/หญิง อายุ ๑๒ ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ต้องมีผู้ปกครองรับรองหรืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ๓. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตภาคกลาง ๓๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์และอุทัยธานี
๔. มีความมุ่งมั่นหมั่นเพียรที่จะรับการถ่ายทอดความรู้จากครูเพลงทุกคน สามารถถอดองค์ความรู้ที่ได้รับอย่างเต็มที่และเต็มใจ (กรอกแบบบันทึกการสังเกตและตอบสัมภาษณ์ทุกวัน)

ข้อตกลง
๑. ค่ายนี้เป็นค่ายพิเศษ เพื่อรวบรวมข้อมูล วิจัย และเสนอให้เพลงพื้นบ้านเป็นมรดกโลก จึงเป็นค่ายรวมพลคนรักษ์เพลง มาเรียนรู้ แล้วเก็บความรู้ เพื่อตนเองและชาติของเรา
๒. ผู้เข้าค่ายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อนึ่ง ค่ายนี้มีงบประมาณจำกัด จึงไม่มีการประกวด ไม่มีรางวัล เหมือนที่ผ่านมา ผู้ที่ผ่านการเข้าค่ายนี้มีสิทธิพิเศษในการเข้าค่ายเพาะกล้าฯ รุ่น ๓ ที่จะจัดเหมือน รุ่น ๑ และ ๒ ในโอกาสต่อไป
๓. ผู้เข้าค่ายต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติทุกประการ
 


Folk music, folk music, singing is the suphan buri played an ancient came like music, music, music, music relating to ship rice and choi, e to taunt with suphan buri is a traditional agriculture. The main occupation is farming. It is the tradition of "barn about rice," he said. People who have a habit of suphan carnival like fun. When the rice harvest, farming workers out to find anything fun to play to long cause a fuss. In between working together. Whether it's a song about rice. Dance music is. Music, song Fang people these Music Association Since Grandpa Grandpa, great-grandparents eyes beewax and expand as the country's largest music community sources. Folk music is played. Do not play just two people It may also have specific music or good music was my father's mother that the child did not even own a khoikrathung. Some people keep rhythmic tap hit armor. Knock on wood, that we didn't play for fun. They sit to listen or dance to the rhythm of hop by hop
.



With the road that people there are intimate lifestyle association with folk music. Making music is a part of the life spirit of Association almost everyone, causing the national artist and folk artist, an artist whose name is very important แสี

.Teachers ' Council of the national artist of the year-2528 (1985)
SI BUA River diversion of national artist Chan (folk music) year 2533 (1990)
teacher notification of national artists like gold year khwanchit
SI prachan 2537 (1994) mother's national artist (music, folk era) year 2539 (1996)
.Teacher Double-Entendre or play on words Diamond national artists Association (top music artist to chant) the year 2540 (1997)




.Music: folk songs to make fun of e-local of suphan buri with formation and widespread in the province, suphan buri and nearby. E music to mock the over 100-year-long early in it's music patiphak ( Young used to provoke complaints) that lovemaking roughly 60-70 when it briefly years ago and thus have developed as they have long patiphak music lyrics used to sing in a very long time. In addition, there have been develop by their clothes to wear a loincloth, both male and female Division. Best female Director to the shirt wears short sleeve square neck or wide wind stable. Man often wears short sleeve wind stable The flashy to attract audiences
With a song in e to taunt made displayable almost every place and on every occasion, but it will not be shown in wedding



.Band e to taunt, there will be no requirements. The number of those shows, but in a position of duty contributions show consists of music my father (a man vocals) Mae song (women's vocals) a ton (who sings the first dialog) two collections, A third (who sing a second and third) and his partner (an unlimited number is responsible for receiving complaints. Repeated requests for Requested interrupt interruption for fun)

E there to taunt performs songs by sorting content. Start with the introduction to Wai teacher. Chapter Herald Chapter by chapter and end-to-end dash from the La Chapter?
1. Chapters offer teachers a lesson the Holy things and fashioned with the Triple Gem: the grace of angels spirit parents teachers (teachers of music to mock the two would have "a music teacher spirit" such as Vishnu's father found the hermit. "Teacher man" is a song from both music teachers, teachers ' room, is "luxury." which means the teacher who requested not to leave the rest, but did sneak a memorable song or Leela) to articles requiring teachers to pray to sit on the floor to sing with "Phan-kamnon" Or just lift up while singing By his mother's music, music is first, followed by the cry
.2. Herald article is the lyrics of male and female Division before joining the met, according to a hypothetical event. Chapter Herald start after chapter to pray to the teacher ends. All exhibitors will rise to stand to sing "song selection" is content to say hello. Introduce yourself Followed by "music, dress up" If the event is assumed to persuade each other to go home. Home girls party, girls come out to sing "song to pacify," which is a song designed to persuade women to sing interact
.3. Music is meant to sing both duel. Music Director of bands, there are several types of horizontal e love to make fun of (lovemaking) trend test (test of verbal skill, or test of wisdom) and genre subjects (carried a story on the subject of tales. Or literary)
4. lessons from the music or singing a good-bye to a couple desperate to play music, the audience, or say farewell audience or host employers provided show
5. To bless is to sing thanks to host and the audience, as well as thanks to the award provider

.Khwanchit SI prachan Parent e-music legend .... to taunt
national artist (folk songs of the era) year 2539 (1996)
has a real name that spiral is an. Born on August 3 t. water band at 2490 lining, SI prachan,Suphan buri is a daughter of Mr. and Mrs. Andre detachment is an. There are 3 brothers who



.Khwanchit SI prachan interested in folk music since the age of 15 years and even the descent on my father's father was a cousin of famous songs of suphan buri. But support for the daughter of one of the other young, go to practice their folk music song worthy. Wong beauty instead. Interested in folk music make khwanchit keep track of her singing a song to taunt DDF BOA e Chan SI (national artist,Prof. 2533 (1990)) on a regular basis, and later had the opportunity to care for a sister who is a teacher, it is worthy to learn to play a song and instructors need to taunt a pinch e until the tour of a variety of genres including lyrics, lilaphleng men and women teachers teacher's Guide music stage is composed of 1 m

.Khwanchit is a man who likes to read books and literature of old Thai read the content, they make up a song to joke emails. Vocals played through a proficient, which subsequently asked the teacher what show is worthy. Even in the early stage, teachers will not be allowed for stage. Ambition and thus allow the stunt and energetic sound witty kangwan patiparn adroit in making music that is a favorite of students listening to music even more students to taunt the e
.Khwanchit has been crawled, playing music with folk band to hoax e-mails, many bands learn and broaden the experience from his music. Many other songs and MOM began to show a song e.

น้ำบาดาล


น้ำบาดาล เกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วซึมลงสู่ใต้พื้นดินถูกกักเก็บอยู่ในช่องว่างภายในชั้นดิน ชั้นหิน ผ่านการกรองตามธรรมชาติ จึงเป็นน้ำที่สะอาด สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การไหลของน้ำบาดาลจะแผ่กระจายไปใต้พื้นดินทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง แตกต่างจากน้ำผิวดิน ที่ไหลไปได้ในเฉพาะส่วนที่เป็นแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เท่านั้นน้ำบาดาลของประเทศไทย พบว่า น้ำบาดาลมีมากกว่าน้ำจืดประเภทอื่นถึง 24 เท่า (1.1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร) และมีการเพิ่มเติมของน้ำฝนลงไปชั้นน้ำทุกปี น้ำบาดาลมีทุกหนทุกแห่ง อยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินมีจำนวนหลายชั้นในที่ความลึกตั้งแต่15 เมตร ถึง มากกว่า 1,000 เมตร ปัจจุบันนี้พัฒนาถึงความลึกระดับ 600 เมตร สามารถเจาะพัฒนามาใช้ได้ในทุกพื้นที่เป็นแหล่งน้ำที่มั่นใจได้ว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดไป
การเกิดของน้ำบาดาล
บนพื้นผิวโลกของเรานั้นมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เป็นภูเขาสูง หุบเขา ที่ราบระหว่างภูเขา ทะเลทราย ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ ที่ราบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงพื้นที่เกาะ สภาพการดำเนินชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ในแต่ละพื้นที่ก็ล้วนแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือต้องพึ่งพาอาศัยน้ำในการดำรงชีวิต
โลกของเรานั้นมีน้ำถึง 2 ใน 3 ประกอบไปด้วย "น้ำฟ้า หรือ น้ำในบรรยากาศ (Atmospheric water) ที่อยู่ในรูปของ ไอน้ำ เมฆ หมอก เมื่อกลั่นตัว ก็จะตกลงมาสู่พื้นดินในรูปของน้ำฝนหรือหิมะ กลายเป็น "น้ำผิวดิน (Surface water)" อันได้แก่ แม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง ทะเล และมหาสมุทร น้ำบางส่วนจะซึมลงสู่ใต้ดิน และถูกกักเก็บไว้ใน ชั้นดิน ชั้นหิน เป็น "น้ำใต้ดิน (Subsurface water หรือ น้ำบาดาล (Groundwater)" ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มองไม่เห็น (Invisible resource) แต่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสัมพันธ์ของน้ำทั้ง 3 ชนิดนี้ เรียกว่า "วัฏจักรของน้ำ (Hydrologic cycle)"
วัฏจักรของน้ำ (Hydrologic cycle)"น้ำในโลกนี้กว่าร้อยละ 97 เป็นน้ำในทะเลและมหาสมุทรซึ่งเป็นน้ำเค็ม มีเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด ในร้อยละ 3 นี้ เป็นน้ำแข็งที่ขั้วโลกและธารน้ำแข็งถึงร้อยละ 2.3 เป็นน้ำใต้ดินร้อยละ 0.69 ส่วนน้ำจืดในแม่น้ำและแหล่งน้ำผิวดินทั้งหลายที่เราเห็นกันอยู่ คิดเป็นปริมาณน้ำเพียงร้อยละ 0.01 ของน้ำในโลกเท่านั้น น้ำใต้ดินจึงเป็นน้ำจืดที่อยู่ในรูปของของเหลวที่มีปริมาณมากทุกสุดบนโลก ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้ทันทีขณะที่ฝนตกลงมา น้ำส่วนใหญ่จะไหลหลากไปบนพื้นดินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ และถูกกักเก็บไว้ตามแหล่งน้ำผิวดินต่างๆ น้ำฝน และน้ำในแหล่งน้ำผิวดินเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะไหลซึมลงสู่ชั้นดินชั้นหินที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลก โดยน้ำบางส่วนจะถูกกักเก็บอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดดิน ในบริเวณที่ยังมีการสัมผัสกับอากาศอยู่ (zone of aeration) เราจะเรียกน้ำส่วนนี้ว่า น้ำในดิน (Soil water) ซึ่งพืชจะสามารถนำน้ำส่วนนี้ไปใช้ได้เลยครับ
ต่อจากนั้นน้ำส่วนที่เหลือจะไหลซึมลึกลงไปจนถึงชั้นดิน ชั้นหินอิ่มตัวด้วยน้ำ (zone of saturation) โดยน้ำจะถูกกักเก็บไว้ตามรูพรุน ในช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน หรือตามรอยแตก รอยแยกในหิน จนกระทั่งตะกอน หรือหิน ดังกล่าวมีน้ำแทรกอยู่เต็มไปหมด ซึ่งน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในชั้นนี้แหล่ะครับที่เราเรียกว่า "น้ำบาดาล (Groundwater)" และผิวบนสุดของบริเวณที่อิ่มตัวด้วยน้ำนี้เรียกว่า ระดับน้ำบาดาล (water table)
ชั้นตะกอนร่วน หรือ หินแข็ง ที่เป็นแหล่งกักเก็บของน้ำบาดาลนี้ รวมเรียกว่า "ชั้นหินอุ้มน้ำ (Water bearing rocks)"ถ้าชั้นหินอุ้มน้ำใด มีความพรุนสูง มีคุณสมบัติยอมให้น้ำไหลผ่านได้ง่าย จะเรียกว่า "ชั้นหินให้น้ำ (Aquifer)" แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ชั้นหินให้น้ำไม่มีแรงดัน และ ชั้นหินให้น้ำมีแรงดัน
ในทางตรงกันข้าม เราจะเรียกชั้นตะกอนหรือหินที่มีเนื้อแน่น ไม่ยอมให้น้ำซึมผ่านได้ หรือซึมผ่านได้น้อยว่า "ชั้นหินกันน้ำ (confining layer)" อย่างเช่นชั้นดินเหนียว นอกจากนั้นยังมี "ชั้นหินให้น้ำปลอม (Perch aquifer)" ด้วย


Groundwater Caused by rain water that fall and then absorbed into the under ground is planted in spaces within chandin. Natural stone floors, it is filtered water can be reused. Different from surface water runoff in the Huai River Delta swamp Canal is only the nation's groundwater swamp Thai. I found that groundwater is more than freshwater and other categories to 24 times (1.1 trillion cubic metres), and there is more rain water ground water every year. Groundwater is everywhere. Live deep beneath the surface of many layers at depth from 15. M to greater than 1,0 meters, the current level of 600 meters in depth and development. Since it is a high mountain valley Plains between the mountains, the desert plateau basin plain coastal plain to the island areas. Conditions of life and of human activities in each area are different. 2 in 3 consists of blue water "or water in the atmosphere (Atmospheric water) in a haze of steam when condensing, it will fall to the ground in the form of rain or snow to become" water surface (Surface water) "including the river stream Huai Nong Canal. The sea and the ocean. Some water is absorbed into the ground, and was planted in a rock layer, chandin "underground water (groundwater or water Subsurface (Groundwater)", which is a body of water that are not visible (Invisible resource) The relationship of this type of 3 water called "the cycle of water (Hydrologic cycle)" the cycle of water (Hydrologic cycle) "water in the world with more than 97 percent of the water in the seas and oceans, which is salt water, only 3 percent is fresh water in 3 percent. 2.3 0.69 percent of underground water is the best water in rivers and water sources, all the surface we see each other. Water quantity is 0 percent.1 only in a world of water. Underground water is fresh water that is in the form of a liquid that has plenty of everything on Earth. We can be implemented as soon as the rain fall. Most of the water will flow to the range on the ground from the highest to the lowest. Rain water and water in these water sources, soil surface. Part will ooze into the stone floor, chandin deep beneath the surface of the Earth. Some water will be planted is stored according to the gap between rollers; In the area there are also exposed to the weather (the zone of aeration) Water in the soil (Soil water) in which the plants will be able to bring this water to use it lol: then the remaining water will ooze deep till chandin. Stone floor saturated with water (the zone of saturation), water will be planted, stored by capillary. In the gap between grain sediment. In a crevice in the rocks until the sludge or stones. It had inserted him. Where the water is stored in this layer collects it sucks that we called "deep underground water (Groundwater)" and the top surface of the water with a saturated area called the deep underground water level. Table rock-solid sludge layer) or ruan as the source of the groundwater catchment include called "stones to absorb water (Water bearing rocks)" If the stones to absorb any water. There is a plum high. Features allow easy-flowing water is called "stones, water (Aquifer)," he said. 2 types of stones, there are no water pressure and water pressure, there are stones in the opposite way. We will call the floor sediments or rocks with texture. Do not allow water to permeate through the ingress or less which means "stone floor waterproof (confining layer)," he said. There is also a "fake stones, water (aquifer Perch)"; 
.

กระเทียม

กระเทียม กระเทียม ชื่อสามัญ Garlic กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ คือคำว่า Allium sativum Linn. จัดอยู่ในวงศ์ AMARYLLIDACEAE และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE เช่นเดียวกับกุยช่าย พลับพลึงขาว พลับพลึงแดง พลับพลึงตีนเป็ด ว่านสี่ทิศ หอมแดง และหอมใหญ่ สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกมากในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อที่มีคุณภาพดี กลิ่นฉุนคงหนีไม่พ้นจังหวัดศรีษะเกษ สรรพคุณของกระเทียม ประโยชน์ของกระเทียม ช่วยบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด ประโยชน์กระเทียม ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ อาการมึนงง ปวดศีรษะ หูอื้อ ช่วยในเรื่องระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ เพราะมีสารที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนทั้งหญิงและชาย ช่วยทำให้มดลูกบีบตัว เพิ่มพละกำลังให้มีเรี่ยวแรง ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ช่วยต่อต้านเนื้องอก กระเทียม ประโยชน์ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ยาวช้า มีสีเทา ช่วยป้องกันการเกิดและรักษาโรคโลหิตจาง ช่วยในการขับพิษ และสารพิษอันตรายที่ปนเปื้อนในเม็ดเลือด ช่วยป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว สารสกัดน้ำมันกระเทียม มีสารที่มีส่วนช่วยในการละลายลิ่มเลือด ช่วยป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน มีสารต่อต้านไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก ช่วยบรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล ป้องกันหวัด ช่วยรักษาโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบ และไซนัส ช่วยรักษาโรคไอกรน สรรพคุณ กระเทียมช่วยแก้อาการหอบ หืด ช่วยรักษาโรคหลอดลม ช่วยระงับกลิ่นปาก ช่วยในการขับเหงื่อ สรรพคุณของกระเทียมช่วยในการขับเสมหะ ช่วยควบคุมโรคกระเพาะ ด้วยสารที่ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ มีสรรพคุณช่วยในการขับลม ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยรักษาโรคบิด กระเทียบ สรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยในการขับพยาธิได้หลายชนิด เช่น พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย พยาธิเข็มหมุด พยาธิไส้เดือน เป็นต้น ช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต ช่วยฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆ รวมถึงเชื้อราตามหนังศีรษะและบริเวณเล็บ ช่วยยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดบวม เชื้อวัณโรค เป็นต้น ช่วยกำจัดพิษจากสารตะกั่ว ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ บำรุงข้อต่อและกระดูกในร่างกาย บรรเทาอาการปวดข้อและปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่นวดยาได้ดีมากขึ้นนั่นเอง มีสารต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาติสม์ กระเทียมมีกลิ่นฉุนจึงสามารถช่วยไล่ยุงได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากอาหาร advertisements ประโยชน์ของกระเทียม ประโยชน์หลักๆ ของกระเทียมคงหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่างๆ อีกสารพัด กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีสารอะดิโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น คุณค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม พลังงาน 149 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม น้ำตาล 1 กรัม เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม โปรตีน 6.36 กรัม วิตามินบี1 0.2 มิลลิกรัม 17% วิตามินบี2 0.11 มิลลิกรัม 9% วิตามินบี3 0.7 มิลลิกรัม 5% วิตามินบี5 0.596 มิลลิกรัม 12% วิตามินบี6 1.235 มิลลิกรัม 95% วิตามินบี9 3 ไมโครกรัม 1% วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม 38% ธาตุแคลเซียม 181 มิลลิกรัม 18% ธาตุเหล็ก 1.7 มิลลิกรัม 13% ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7% ธาตุแมงกานีส 1.672 มิลลิกรัม 80% ธาตุฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม 22% ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม 9% ธาตุสังกะสี 1.16 มิลลิกรัม 12% ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (แหล่งที่มา : USDA Nutrient database) คำแนะนำและข้อควรระวังในการใช้กระเทียม กระเทียมยิ่งสดเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีมากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีการต่างๆ หรือผ่านการหมักดอง จะทำให้วิตามินและสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นสลายตัวไป วิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดินและสภาพอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ มีระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีอาการของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาอื่นๆ เป็นประจำ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส คุณไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เป็นโทษต่อร่างกายได้ สำหรับที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับประทานได้ โดยอาจจะมีอาการคลื่นไส้ และมีอาหารหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวจะค่อยๆ หายไปเองภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบสดๆ สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเกินการอักเสบมีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกระเทียมโดยตรงเป็นประจำด้วยการสวมถึงมือทุกครั้งในขณะที่จะใช้กระเทียม แม้ว่ากระเทียมจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณอยู่มากมาย แต่คุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลในการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละบุคคลก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะพืชผักสมุนไพรทั่วๆ ไป ถ้าศึกษากันจริงๆ แล้ว มันก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลย ปัจจุบันในบ้านเรายังไม่มีการรับรองว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงเป็นได้เพียงแต่สมุนไพรทางเลือกในการรักษาและสมุนไพรเสริมสุขภาพเท่านั้น

Garlic Garlic garlic garlic common name, scientific name Allium sativum Linn is the word. House in AMARYLLIDACEAE and is located in the ALLIOIDEAE antelope, as well as white and Red-footed Crinum asiaticum Crinum asiaticum Crinum asiaticum Allium Tuberosum ducks four pulp shallot and onion grown in the country is very popular for Thai in the North and Northeast. The smell becomes fixed spiciness, Sakol Properties of garlic. The benefits of garlic helps the skin to be healthy and strong and helps strengthen the growth of tissue in the body. Help prevent the occurrence of cancer.Reduces the level of cholesterol and blood sugar benefits garlic can help to balance the body resolves symptoms dizzy head. Trance ears headache symptoms. Help for the reproductive system and urological Help make hysterectomy the compressor. Increase physical stamina is there to help cure blood pressure helps prevent heart disease. Reduce the risk of heart failure, acute Anti tumor garlic benefits help solve the problem, I sometimes long slow. Helps prevent the occurrence and treatment of anemia. Assist in driving hazardous toxic substances and toxic contamination in the blood. Help prevent blood vessel wall thickening and solidifying the garlic oil extract. Contain substances that contribute to blood clot dissolves There is not resistance, hemolytic help relieve cough, runny nose. Prevent cold and flu treatment flu disease help treat symptoms of inflammation of the nose and sinus lining helps maintain a disease it commonly used to snore garlic solves asthma. Help stop bad breath Assist in driving the value of sweat garlic helps to drive the stomach disease helps control cholesterol with a substance that inhibits digestive juice release comes not to the wound in the stomach. Yow can help drive the wind. Gas stomach bloating Help prevent constipation help treat dysentery krathiap properties help in driving urine helps to drive several types of Pathology, such as roundworm, whip a horse pathology pathology pathology pins needles yarn earthworms, etc. Helps prevent kidney disease helped kill the fungi. Various bacteria, including spores, according to the scalp and nails. Inhibits fungal infections, such as causing the abscess pus. Throat infections pneumonia Tuberculosis infection, etc. Help maintain the dermatophytosis liver spots increase the strength of the bones, joints and facial tissues in the body to relieve pain and aches, according to the body. Help resolve the symptoms of sprains and foot sprain Symptoms are inflammation and antioxidant khaikho. Chronic hole comes with garlic spiciness tit so it can help to ward off mosquitoes as well. Stimulates the digestive juice The difficulty increases food advertisements benefit of garlic The major advantage. Stir fried Curry which uses spicy Tom Yam or sweet herb garlic goodies are another tool that is rich in many vitamins and minerals, and also as a plant that is higher than other types of plants consult nutritionist or dietician also contains the Dino scene (Adenosine) DNA and RNA of cells in the body. There is also a garlic import is a variety of different products such as garlic oil, garlic extract powder extract, food supplement, garlic, garlic, ginger, etc. Per 100 g-energy 149 kcal Carbohydrate 33.6 g sugar, 1 g dietary fiber 2.1 GM fat, 0.5 g protein, 6.36 g 0.2 mg vitamin B1 vitamin B2 0.11 mg 17% 9% 5% 3 0.7 mg vitamin b, vitamin b 12 vitamin b 5% mg 0.596 6 1.235 mg/day, 95% maikhrokram 3% 9 vitamin b 1 vitamin c 31.2 mg elemental calcium 181 mg 38% 18% 13% iron magnesium 1.7 mg 25 mg elemental manganese 7% 1.672 mg 80% elemental phosphorus 22 mg elemental potassium 153 mg 9% 401% elemental zinc 1.16 mg 12% maikhrokram% 14.2 per cent consult nutritionist or dietician elements of quantity suggests that your body needs each day for adults (source: USDA Nutrient database) tips and precautions for using fresh garlic tends to be much higher, with more and more good indication only. But for the garlic through the heat in different ways or through fermentation. The vitamins and minerals contained in garlic, it contains more or less, depending on soil and weather conditions in cultivation as well. For women who are pregnant or breastfeeding, children who have normal blood sugar. People who have symptoms of the blood stops flowing slowly. As well as other people who use the drug on a regular basis, such as antibiotics, anti-inflammatory drugs, aspirin antiviral drug, you should not eat garlic or garlic products in excessive quantities. For receiving the smell of garlic on a regular basis can cause an allergic reaction to garlic, to eat. By may, there will be food, nausea and abnormal heart beats strong, but those symptoms will gradually disappear within 3-4 hours of time. For those of you who are in the kitchen, or who require professional experience with garlic regularly and for long periods of time may cause excess skin inflammation has a water blister. Although garlic is a plant that has numerous properties, but you should not be using garlic to hopefully result in any disease or symptoms of disease treatment. Moreover, the results obtained in each person it may be different. 5 MU would be the best choice, because vegetables, herbs in General, if the same study it was actually no less useful than each other. At present.

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

น้ำมันเชื้อเพลิง


ประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิงและคุณภาพน้ำมัน

ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม มีหลายชนิด สามารถนำมาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางทั้งทางตรงและทางอ้อม คุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับวิวัฒนาการของเครื่องยนต์ที่เจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ณ ที่นี้ขอกล่าวถึงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ชนิด ที่คุ้นเคย และเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง คือ น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล
น้ำมันเบนซิน
น้ำมันเบนซิน (ประเสริฐ เทียนพินิจ และคณะ. 2544 : 132-149) เป็นน้ำมันที่ได้จากการปรุงแต่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันโดยตรง และอาจได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแก๊สโซลีนธรรมชาติ น้ำมันเบนซินจะผสมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น สารเพิ่มค่าออกเทน สารต้านการรวมตัวกับอากาศ สารเคมีสำหรับป้องกันสนิม ป้องกันการกัดกร่อนในถังน้ำมัน และท่อทางน้ำมัน รวมทั้งสารเคมีที่ช่วยทำความสะอาดคาร์บูเรเตอร์ จึงเหมาะที่จะใช้กับยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือเครื่องยนต์ทั่วไป เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก
สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันน้ำมันเบนซินที่ใช้กับเครื่องยนต์ทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
1. น้ำมันเบนซินธรรมดา (Regular gasoline) กำหนดให้มีค่าออกเทนไม่ต่ำกว่า 83 ปริมาณสารตะกั่วไม่เกิน 0.15 กรัมต่อลิตร ควรใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัด (Compression ratio) ต่ำกว่า 8:1 เช่น รถยนต์รุ่นเก่า เครื่องยนต์ขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ เครื่องตัดหญ้า เป็นต้น
2. น้ำมันเบนซินพิเศษ (Premium gasoline) กำหนดให้มีค่าออกเทนไม่ต่ำกว่า 95 ปริมาณสารตะกั่วไม่เกิน 0.15 กรัมต่อลิตร ควรใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัดประมาณ 8:1 ขึ้นไป เช่น รถยนต์นั่ง รถบรรทุกเล็ก รถจักรยานยนต์ เป็นต้น
3. น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (Unleaded gasoline) กำหนดให้มีค่าออกเทนไม่ต่อกว่า 95 ปริมาณสารตะกั่วไม่เกิน 0.013 กรัมต่อลิตร เป็นน้ำมันที่เพิ่มค่าออกเทนโดยการนำน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางโมเลกุลเพื่อให้มีค่าออกเทนสูงขึ้น โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้สารประกอบของตะกั่วให้น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใช้เลย ควรใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัดประมาณ 8:1 ขึ้นไป เช่นเดียวกับน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษ แต่ควรเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีการออกแบบการใช้โลหะชนิดพิเศษในการทำบ่าลิ้น (Value seat) ของเครื่องยนต์ เพราะสารตะกั่วจะช่วยลดการสึกหรอของบ่าลิ้น ดังนั้น เครื่องยนต์ที่จะใช้กับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วได้จึงต้องออกแบบสร้างบ่าลิ้นมาเป็นพิเศษ เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเครื่องกรองไอเสีย (Catalytic converter) ก็ต้องใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเท่านั้น เพราะถ้าใช้น้ำมันเบนซินที่ผสมสารตะกั่วมากจะทำให้ระบบเครื่องกรองไอเสียใช้งานไม่ได้
การใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนต่ำจะทำให้เครื่องยนต์เสียกำลัง เกิดอาการน๊อค (Knock) ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น อายุการใช้งานสั้นลง การใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่า ของ ออกเทนสูงกับเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัดต่ำ ก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อเครื่องยนต์มากนัก จะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะราคาน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนสูงราคาแพงกว่า การดัดแปลงเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้น้ำมันเบนซินชนิดพิเศษอยู่แล้วให้มาใช้กับน้ำมันเบนซินชนิดธรรมดาโดยการปรับแต่เครื่องยนต์ เช่น การตั้งไฟให้อ่อนลงก็จะทำให้เครื่องยนต์ร้อน และเสียกำลัง จึงไม่ควรกระทำ เพราะจะมีผลเสียมากกว่า ส่วนสีในน้ำมันไม่ใช่เป็นตัวเพิ่มคุณภาพของน้ำมัน แต่การเติมสีในน้ำมันแสดงถึงความเป็นเนื้อเดียวกัน และต้องใส่สีเพื่อแสดงให้ทราบถึงเกรดของน้ำมันแต่ละชนิด ซึ่งไม่ได้มีกฎตายตัวของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงสีของน้ำมันเบนซิน เพราะมีการปลอมปนอยู่เสมอ ทางราชการจึได้งกำหนดให้น้ำมันเบนซินชนิดพิเศษเป็นสีใสออกเหลืองนิด ๆ สำหรับเบนซินชนิดธรรมดาให้เป็นสีแดง ส่วนน้ำมันก๊าดให้เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งน้ำมันเบนซินเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงที่ใช้กันอย่างกว้างขวางมากปัจจุบัน เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระเหยง่ายและไวไฟ จึงควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัยให้ห่างจากความร้อนและประกายไฟ หรือแม้แต่สารเคมีประเภท strong oxidants เช่น คลอรีน ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเบนซินเป็นสารละลาย ในการล้างทำความสะอาด เพราะไอระเหยของน้ำมันเบนซินไวไฟ สามารถลุกติดไฟได้ง่ายหากมีเปลวไฟเพียงเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือการสูดดมไอระเหยของน้ำมันเบนซินโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ และอาจหมดสติ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปากดูดสายน้ำมัน เพราะน้ำมันเบนซินเพียงเล็กน้อยสามารถจะทำอันตรายต่อปอดได้อย่างร้ายแรง การสัมผัสน้ำมันเบนซินโดยตรงเป็นเวลานาน ๆ หรือบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ และอาจทำเกิดเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเบนซินแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นจากงาน ควรรีบล้างทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำให้สะอาด ในการล้างอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เครื่องจักรกล ควรใช้สารละลายที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ล้างเครื่องโดยเฉพาะ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่มีผลิตภัณฑ์ดังกล่าว การใช้น้ำมันก๊าดหรือน้ำมันโซล่าจะปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะด้านอัคคีภัย อันตรายจากน้ำมันเบนซินเมื่อนำไปใช้ในการเดินเครื่องยนต์ คือ ก๊าซไอเสียจากเครื่องยนต์ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารตะกั่วที่ปนมากับไอเสียในรูปของก๊าซอื่น ดังนั้น จึงไม่ควรติดเครื่องยนต์ในห้องหรืออาคารที่ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี หรือการปิดกระจกรถแล้วติดเครื่องยนต์เปิดแอร์นอนในรถยนต์เป็นเวลานาน เพราะก๊าซพิษจากไอเสียอาจรั่วเข้าไปได้

ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน

1. ค่าออกเทน

ค่าออกเทน หมายถึง คุณสมบัติของน้ำมันเชื้อเพลิงที่แสดงถึงความสามารถในการต้านทานการชิงจุดระเบิดก่อนเวลาที่กำหนดในเครื่องยนต์เบนซิน อีกนัยหนึ่งคือตัวเลขแสดงความต้านทานการน็อคของน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน เนื่องจากการเพิ่มอุณหภูมิ ภายในบริเวณของส่วนผสมอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังถูกอัดโดยคลื่นเปลวไฟ ก่อนกระบวนการเผาไหม้จะสิ้นสุดภายใน กระบอกสูบของเครื่องยนต์ การน็อคทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์แต่ละแบบจะมีค่าออกเทนไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์

2. ปริมาณตะกั่ว
แม้ในปัจจุบันจะไม่มีการเติมตะกั่วในน้ำมันเบนซิน เพื่อเพิ่มค่าออกเทนแล้วก็ตาม แต่ตะกั่วอาจจะมีการปนเปื้อนมาจากน้ำมันดิบหรือจาก กระบวนการในการผลิตก็ได้ เพราะเนื่องจากตะกั่วเป็นสารก่อมลพิษในไอเสียและเป็นโทษต่อร่างกาย จึงต้องมีการกำหนดปริมาณมาตรฐานควบคุมไว้
3. ปริมาณกำมะถัน
เมื่อกำมะถันในน้ำมันถูกเผาไหม้จะสามารถกัดกร่อนเครื่องยนต์ให้สึกหรอ นอกจากนั้นยังเป็นฝุ่นทำให้เครื่องยนต์สกปรกและ เป็นตัวก่อมลพิษทางอากาศ
4. ปริมาณฟอสฟอรัส
ฟอสฟอรัสมักจะมาจากการเติมสารเพิ่มคุณภาพในน้ำมันเบนซิน สามารถทำให้เครื่องกรองไอเสียชำรุดเสียหาย
5. การกัดกร่อน
น้ำมันที่มีสิ่งปนเปื้อน เช่น กำมะถัน จะก่อให้เกิดการกัดกร่อนชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ทำให้เกิดเครื่องยนต์สึกหรอ ค่าการกัดกร่อนเป็น ตัวบ่งชี้การสึกหรอของเครื่องยนต์
6. เสถียรภาพต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
เป็นค่าที่บ่งถึงความสามารถของน้ำมันที่จะเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วได้ยางเหนียว ซึ่งมีผลกระทบต่อไอดี ห้องเผาไหม้และการเก็บสำรองน้ำมัน
7. ปริมาณยางเหนียว
เมื่อน้ำมันที่มีสารประกอบของไนโตรเจน ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจะทำให้เกิดเป็นยางเหนียว เป็นสิ่งสกปรกในระบบไอดี และห้องเผาไหม้ ทำให้วาล์วติดตาย คาร์บูเรเตอร์ขัดข้อง แหวนติด
8. อัตราการระเหย
เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าน้ำมันมีองค์ประกอบส่วนหนักเบาอย่างไร จะถูกเผาไหม้ได้ในลักษณะใด ต่อเนื่องแค่ไหน เช่น ถ้ามีส่วนเบาน้อยจะจุดสตาร์ทยาก ถ้าน้ำมันค่อยๆระเหยอย่างสม่ำเสมอเมื่อค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น การเผาไหม้ก็จะต่อเนื่องเครื่องยนต์ก็จะเดินได้ราบเรียบ อัตราการระเหยของน้ำมันจึงมีผลต่อการสตาร์ทของเครื่องยนต์ การเร่งเครื่องยนต์ และการผลต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
9. ความดันไอ
ความดันไอจะต้องไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาไอน้ำมันอุดขวางท่อทางเดินน้ำมัน เกิดการขาดตอนของน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์ ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด กระตุกหรือดับ
10. ปริมาณสารเบนซิน
เบนซินเป็นสารจำพวกอะโรเมติกส์ มีค่าออกเทนสูง แต่มีพิษต่อระบบทางเดินหายใจและสมอง การสูดดมสารนี้เป็นระยะเวลา นานๆ อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
11. ปริมาณสารอะโรมาติกส์
สารอะโรเมติกส์ จะมีค่าของออกเทนสูง แต่ก็มีสารอะโรเมติกส์บางตัว เช่น เบนซิน โพลีไซคลิกอะโรเมติกส์ ซึ่งจะก่อให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้แล้ว การเผาไหม้ของน้ำมันที่มีสารอะโรเมติกส์สูงจะทำให้มีเขม่าปริมาณสูงและหากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์จะทำเกิดไอเสียที่มีสาร อะโรเมติกส์ด้วย
12. สี
โดยปกติเนื้อน้ำมันเบนซินเองไม่มีสี แต่ผู้ประกอบการใส่สีลงไปเพื่อให้สามารถแยกแยะชนิดของน้ำมันได้ง่ายและป้องกันการปลอมปน
- น้ำมันเบนซินออกเทน 91 มีสีแดง
- น้ำมันเบนซินออกเทน 95 มีสีเหลือง
13. ปริมาณน้ำ
น้ำมีผลทำให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพเร็วและทำให้เกิดการอุดตันที่อุณหภูมิต่ำหรือทำให้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ
14. สารออกซิเจนเนท
สารออกซิเจนเนท ที่เติมในน้ำมันเบนซินจะเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจน ได้แก่ MTBE( Methyl Tertiary Butyl Ether) ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ดี ลดการเกิดมลพิษ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ ขณะเดียวกันการที่ MTBE มีค่าออกซิเจนสูงกว่า 100 จึงช่วยเพิ่มค่าออกเทนในน้ำมันเบนซินสำเร็จรูปด้วย แต่เนื่องจากMTBEเป็นสารที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี ผู้ประกอบการ จึงถูกควบคุมปริมาณการใช้ในระดับที่เหมาะสม
15. สารเพิ่มคุณภาพในน้ำมันเบนซิน
การเติมสารเพิ่มคุณภาพลงในน้ำมันเบนซินก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน สารเหล่านี้ ได้แก่
- สารทำความสะอาด จะทำการช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและช่วยรักษาคาร์บูเรเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ
- สารต้านการรวมตัวกับอากาศ จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมันเบนซินรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศ เพื่อป้องกันการเกิดยางเหนียว ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบน้ำมันเชื้อเพลิง
- สารป้องกันสนิมและการกัดกร่อน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสนิมอุดตันไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่คาร์บูเรเตอร์
น้ำมันดีเซล
น้ำมันดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ แต่มีช่วงจุดเดือดและความข้นใสสูงกว่าน้ำมันเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล มีพื้นฐานการทำงานที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน กล่าวคือการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลใช้ความร้อนที่เกิดจากการอัดอากาศ อย่างมากมายในกระบอกสูบแล้วฉีดเชื้อเพลิงเข้าไปเพื่อทำการเผาไหม้ ไม่ใช่เป็นการจุดระเบิดจากหัวเทียนเหมือนในเครื่องยนต์เบนซิน
น้ำมันดีเซล (ประเสริฐ เทียนพินิจ และคณะ 2544. : 157-173) เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ แต่จะมีช่วงของจุดเดือดและความข้นใสสูงกว่าน้ำมันเบนซิน เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเครื่องยนต์ที่มีมูลฐานของการทำงานที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลใช้ความร้อนที่เกิดจากการอัดอากาศอย่างมากภายในกระบอกสูบ แล้วฉีดเชื้อเพลิงเข้าไปเพื่อทำการเผาไหม้ ไม่ใช่เป็นการจุดระเบิดจากหัวเทียนเหมือนเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลในสมัยแรก ๆ นั้นมีขนาดใหญ่โตมาก เพราะต้องการให้ทนกับความร้อนและแรงอัดสูง ๆ ได้ เครื่องยนต์ดีเซลสมัยก่อนก็นำไปใช้เป็นเครื่องต้นกำลัง เช่น ใช้เป็นต้นกำลังในการผลิตกระแสไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และใช้ในเรือ ต่อมาได้มีการพัฒนาสร้างเครื่องยนต์ให้มีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ใช้เป็นเครื่องต้นกำลังของเครื่องมือและอุปกรณ์หลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น รถไฟ รถบรรทุก รถแทร็กเตอร์ เรือประมง เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันดีเซลเพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ต่าง ๆ ที่ใช้กับงานนั้น ๆ
น้ำมันดีเซลที่ใช้อยู่ในประเทศไทยมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ น้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องรอบเร็ว (Automotive Diesel Oil ; ADO) หรือที่เรียกว่า โซล่า สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรอบเร็ว ซึ่งส่วนมากใช้กับยานยนต์ เรือขนาดเล็ก เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก และอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือจะใช้เผาไหม้ให้ความร้อนในงานอุตสาหกรรม หรือใช้ต้มน้ำร้อนในโรงแรมก็ได้ น้ำมันดีเซลจะมีสีเหลืองอ่อนในตัวเองโดยธรรมชาติ และน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องรอบช้า (Industrial Diesel Oil ; IDO) บางครั้งเรียกว่าน้ำมันขี้โล้ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรอบช้าและปานกลาง ซึ่งนิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมและเรือขนาดใหญ่ หรือใช้เผาไหม้ให้ความร้อนก็ได้เหมือนกัน น้ำมันชนิดนี้จะมีสีเข้มกว่าชนิดแรก
การเลือกใช้น้ำมันดีเซลไม่มีปัญหาเหมือนน้ำมันเบนซิน เพราะน้ำมันดีเซลหมุนเท่านั้นที่มีจำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมัน ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนช้าบริษัทจำหน่ายมักขายโดยตรงแก่โรงงานอุตสาหกรรม สิ่งที่ควรระวัง คือ เนื่องจากในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง (รถเก๋ง) หรือรถบรรทุกทั้งหลายมีการใช้เครื่องยนต์ทั้งสองแบบ คือ เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซล ดังนั้น ช่องเติมน้ำมันของรถยนต์ควรมีป้ายบอกให้ชัดเจนว่าใช้น้ำมันชนิดใด หากใช้น้ำมันผิดชนิดกันจะทำให้เกิดปัญหาอย่างมากแก่เครื่องยนต์
อันตรายจากน้ำมันดีเซล มีลักษณะคล้ายคลึงกับอันตรายจากน้ำมันเบนซิน เพียงแต่น้ำมันดีเซลไม่มีสารประกอบของตะกั่ว แต่ในน้ำมันดีเซลก็ยังมีสารที่ทำให้เกิดมะเร็วผิวหนังได้หากสัมผัสโดยตรงมาก ๆ สารดังกล่าว คือ PCA (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon) จึงควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากสัมผัสกับน้ำมันดีเซล
ลักษณะและคุณสมบัติของน้ำมันดีเซล
1. การติดไฟ
คุณสมบัติการติดไฟบ่งบอกถึงความสามารถในการติดเครื่องยนต์ที่อุณหภูมิต่ำ และการป้องกันการน็อคในเครื่องยนต์ระหว่างการ เผาไหม้เชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบ ลักษณะการเผาไหม้ เช่น การเผาไหม้เร็ว การเผาไหม้จะมีประสิทธิภาพสูง เหล่านี้แสดงออกมาเป็นตัวเลข ของดัชนีซีเทน หรือ ซีเทนนัมเบอร์ ค่าซีเทนควรให้สูงพอกับความเร็วรอบของเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้ติดเครื่องยนต์ง่ายไม่น็อค และประหยัดการใช้น้ำมัน
2. ความสะอาด
ความสะอาดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของน้ำมันดีเซล ซึ่งในน้ำมันดีเซลต้องมีความสะอาดทั้งก่อนและหลังการเผาไหม้ เช่น ต้องมีตะกอน น้ำ กากหรือเขม่าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากระบบน้ำมันดีเซลจะต้องใช้ปั๊มน้ำมันและหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยในการเผาไหม้
3. การกระจายตัวเป็นฝอย
ความหนืดหรือความข้นใสจะเป็นตัวกำหนดลักษณะของการกระจายตัวของน้ำมันดีเซล ความหนืดที่พอเหมาะทำให้น้ำมันน้ำมัน กระจายเป็นฝอยดี ความหนืดของน้ำมันดีเซลยังมีผลต่อระบบการปั๊มน้ำมัน เพราะในขณะที่ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ตัวน้ำมันก็จะทำหน้าที่หล่อลื่นลูกสูบปั๊มไปในตัวด้วย
4. อัตราการระเหยตัว
อัตราการระเหยตัว หมายถึง อัตราการระเหยตัว ของน้ำมันดีเซลมีผลต่อจุดเดือด จุดวาบไฟ และจุดติดไฟ
5. สี
โดยปกติน้ำมันดีเซลจะมีสีชาอ่อน แต่บางครั้งสีอาจเปลี่ยนไปบ้างเนื่องจากในกระบวนการกลั่นน้ำมันอาจใช้น้ำมันดิบจากแหล่งต่างกัน แต่คุณสมบัติในการเผาไหม้ยังคงเหมือนเดิม ทั้งนี้สีไม่ได้เป็นตัวสำคัญที่กำหนดคุณภาพน้ำมัน ผู้ประกอบการได้กำหนดมาตรฐาน สีที่มีค่าไม่เกิน 3 ซึ่งเป็นสีคล้ายสีชา สีของน้ำมันดีเซลอาจเข้มขึ้น หากเก็บไว้นานๆ แต่ในกรณีที่สีเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น เป็นสีเขียว หรือสีดำคล้ำ และจะควรตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการปลอมปนของน้ำมันก๊าด น้ำมันเตา หรือน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว
6. ปริมาณกำมะถัน
ปริมาณกำมะถันในน้ำมันชนิดใดๆ ที่สูงเกินไปเป็น ไม่สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา การกัดกร่อนของกำมะถันในน้ำมันมีด้วยกัน 2 ลักษณะ ลักษณะแรกเกิดจากการกัดกร่อนภายหลังการเผาไหม้ ของสารประกอบของกำมะถัน เมื่อถูกเผาไหม้ก็จะเกิดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ ซึ่งเมื่อรวมกับน้ำจะกลายเป็นสารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรด และจะทำการกัดกร่อนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ได้ ลักษณะที่สอง เกิดจากกำมะถันในน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตรง คือเมื่อน้ำมันจะกัดกร่อนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบหัวฉีดเครื่องยนต์ดีเซล กำมะถันในน้ำมันดีเซลจะมีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันดิบและกระบวนการกลั่นที่ใช้ สารประกอบกำมะถันที่มีคุณสมบัติ กัดกร่อนจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น เมอร์แคปแทน ไดซัลไฟด์หรือสารประกอบเฮเตอร์โรไซคลิก เช่น ไธโอเฟน (thiophen)
7. ความหนาแน่นและความข้นใส
ความข้นใสจะมีอิทธิพลต่อรูปร่างของละอองน้ำมันที่ฉีดออกจากหัวฉีด ถ้าน้ำมันมีความข้นใสสูง จะทำให้การฉีดเป็นฝอยละอองจะไม่ดีเท่าที่ควร เพราะละอองน้ำมันจะมีขนาดใหญ่และพุ่งเป็นสายไปไกล แทนที่จะกระจายพุ่งเป็นแบบฝอยเล็กๆ ทำให้น้ำมันรวมตัวกับอากาศไม่ดี การเผาไหม้จึงไม่สมบูรณ์และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ลดน้อยลง แต่ถ้าน้ำมันดีเซลมีความเข้มข้นใสต่ำเกินไปจะทำให้การฉีดฝอยน้ำมันละเอียด แต่จะไม่พุ่งไปไกลเท่าที่ควร การเผาไหม้ก็จะไม่ดีและอาจจะทำให้เกิดมีการรั่วกลับในตัวปั๊มหัวฉีด ด้วยเหตุผลเช่นนี้เอง น้ำมันดีเซลหมุนเร็วโดยทั่วไป จะมีกำหนดค่าความข้นใสอยู่ระหว่าง 1.8-4.1 เซนติสโตก ที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
การเลือกชนิดน้ำมันดีเซลที่เหมาะสม
น้ำมันดีเซลหรือน้ำมันโซล่าเป็นชื่อเรียกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ส่วนน้ำมันขี้โล้เป็นชื่อเรียกน้ำมันดีเซลหมุนช้า การเลือกน้ำมันดีเซลไม่ ยุ่งยากเหมือนน้ำมันเบนซิน เพราะน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเท่านั้นที่มีจำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมัน ส่วนน้ำมันขี้โล้หรือน้ำมันดีเซลหมุนช้านั้น บริษัทจำหน่ายน้ำมันมักขายตรงแก่โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้สิ่งที่ควรระวังคือ เนื่องจากในปัจจุบันรถยนต์นั่ง หรือ รถบรรทุกมีการใช้เครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบคือเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ดังนั้นช่องเติมน้ำมันของรถยนต์ควรมีป้ายบอกให้ชัดเจนว่าใช้น้ำมันชนิดใด หากใช้ผิดก็จะเกิดปัญหากับเครื่องยนต์
อันตรายจากน้ำมันดีเซล
น้ำมันดีเซลมีอันตรายคล้ายคลึงกับน้ำมันเบนซิน แม้น้ำมันดีเซลไม่มีสารประกอบของตะกั่ว แต่ก็ยังมีสารที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ หากสัมผัสโดยตรงมากๆ สารดังกล่าวคือ PCA หรือโพลีไซคลิก อะโรเมติกส์ ไฮโดรคาร์บอน ดังนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากสัมผัสกับน้ำมันดีเซล และถึงแม้ว่าน้ำมันดีเซลจะมีจุดวาบไฟสูงกว่าน้ำมันเบนซิน แต่มันก็เป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่ายเช่นกัน จึงจำเป็นต้องตั้งไว้ให้ห่างจากความร้อน ประกายไฟ หรือสารเคมีประเภท Strong oxidant เช่น คลอรีน
ลำดับขั้นตอนการลงนํ้ามันเชื้อเพลิงของสถานีบริการ
ในปัจจุบันนี้ ธพ. ได้ประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงหลายชนิด เช่น น้ำมันเบนซินออกเทน 95, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95, น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เป็นต้น น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดได้กำหนดให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของเครื่องยนต์ ดังนั้น หากน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปนเปื้อนของน้ำมันต่างชนิดกัน จะทำให้คุณสมบัติของน้ำมัน เชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามประกาศกำหนด เป็นปัญหาต่อการทำงานของเครื่องยนต์ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คุณสมบัติของน้ำมันต่างออกไป คือ การลงน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น สถานีบริการจึงควรมีการตรวจรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมัน โดยการตรวจสอบเอกสารใบกำกับการขนส่ง การตรวจสภาพและหมายเลขซีล และตรวจวัดค่าความถ่วงเอพีไอหรือค่าความหนาแน่น เปรียบเทียบกับใบกำกับการขนส่ง รวมทั้งมีการสูบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเรียงตามลำดับ ดังนี้
1. น้ำมันเบนซินออกเทน 95
2. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 ออกเทน 95
3. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ออกเทน 95
4. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ออกเทน 95
5. น้ำมันเบนซินออกเทน 91
6. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 ออกเทน 91
7. น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 5
8. น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 2
สถานีบริการน้ำมันที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าว อาจจะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายมีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (สำนักคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง : สิงหาคม 2551)

What type of fuel and oil quality

Fuel product derived from petroleum refining process. There are many kinds can be widely utilized. direct and indirect. The quality of the fuel has been developed continuously at all times. As I mentioned fuel quality. 2 types that are familiar and widely popular is the gasoline and diesel oil
.


Gasoline gasoline (virtue and to examine 2544 (2001). candle: 132-149) is a gasoline additive derived from the quality of the products obtained from distillation of oil and natural gas extraction may be from gas, liquid or solution notronmachati Lee. Gasoline is blended add quality to suit your usage.Antioxidant combination with air. Chemicals for preventing corrosion protection corrosion in the fuel tank, and drain the oil, as well as chemicals that help clean the carburetor so it is suitable to be used with vehicles such as cars, motorcycles. Like water pump A small light spinning

For the countries currently using the Thai gasoline engines in general are divided into 3 types: 1

. Regular gasoline (Regular gasoline) are given out at a lower quantity of lead additives 83 namai may not exceed 0.15 grams per liter Should be applied to engines with compression ratio (Compression ratio) lower than 8: 1 older cars. Small engine, motorcycle, lawn mower etc.

2. Premium gasoline (Premium gasoline) are given out at a lower quantity of lead additives 95 namai may not exceed 0.15 grams per litre. Should be applied to the engine with a compression ratio of approximately 8: 1 or more, such as cars, trucks, small. Motorcycles, etc.

3. unleaded gasoline (Unleaded gasoline) has given out more than 95 compounds and lead toward namai quantity not exceeding 0.13 grams per liter The oil is pouring out up to collect pumpkins to release the oil, pouring out from natam molecular structure changes to a pouring either. Should be applied to the engine with a compression ratio of approximately 8:1 or more, as well as a special type of gasoline, but it should be a new version of the engine that is designed to use a special type of metal to make shoulder valve. (Seat Value) of the engine because of lead additives to reduce wear of the valve shoulder. Engine install exhaust purifiers (Catalytic converter), it must use unleaded gasoline only. Because if the contaminated gasoline will cause the exhaust filtration system does not work
.
Using gasoline pouring out valuable natam will make the engine loses power. Birth of the chain (Knock) make the engine wear faster. A shorter lifetime. Using gasoline that contains the value of theIt does not benefit the engine too much. Waste expenses increase because the price of gasoline at a price slightly higher than either pour the precious. Like the fire, the light, the heat engine and are not recommended because they will be more than. Best color in oil is not an increase the quality of the oil, but oil color indicate the same meat. Which do not have a fixed rule of each country, such as Thai International have changed the color of gasoline because it always has been adulterated. Chue ngakamnot. the Government provided a special kind of gasoline is a transparent yellow. Parts kerosene, blue gasoline fuel products which are used very widely. Is the fuel that is volatile and flammable, so keep it in a safe place, away from heat and sparks? Strong oxidants such as chlorine, should avoid using gasoline as an aqueous solution. To clean, because of the highly flammable gasoline vapors. Can be easily ignited combustible if it is a little flame? It will cause symptoms, Dizzy head, and senseless. Avoid using oil-sucking mouth as little gasoline can do serious harm to the lungs. A touch for a long time as direct gasoline And may cause chronic skin disease but if it is necessary to contact with gasoline. After finishing the job should get cleaned with SOAP and water to clean. To clean the device or parts of the engine. The solution should not harm the body, such as cleaning products that use clear, specific. If unavoidable, or there is no such product. Use kerosene or gasoline, specifically solar is a safer fire. Is the exhaust gases from the engine, such as carbon dioxide and lead compounds that are mixed with the exhaust in the form of different gases and therefore should not be installed in the engine room or building that does not have a good ventilation system. Because of the toxic gases from the exhaust may leak into.
.
Characteristics and quality of gasoline

1. The Thane design

The value property refers to the ten out of the fuel that represents the ability to resist the ignition before the time limit for gasoline engines. Due to the increase in temperature inside the air mixture of the fuel that is being compressed by the flame wave. Before the burning process will end within the bore of the engine to noktham,

น้ำมันตับปลา





น้ำมันตับปลา น้ำมันตับปลา จัดเป็นอาหารเสริมชนิดแรกๆที่ได้เข้ามามีบทบาทในวงการสุขภาพของไทยมาหลายปีแล้ว ซึ่งถ้าพูดถึงน้ำมันตับปลาแล้วหลายๆคงก็พอจะคุ้นหูกันบ้างแหละ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำมันตับปลามันคืออะไร มันมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร มีโทษมีผลเสียอะไรหรือไม่ แล้วมันแตกต่างกับน้ำมันปลายังไง แล้วที่สำคัญมันใช้ได้ผลดีจริงหรือไม่? วันนี้เราจึงได้นำเรื่องราวของน้ำมันตับปลามาฝากเพื่อนๆ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้กันครับ น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งที่มีสารพัดยี่ห้อไม่ว่าจะอยู่ใรูปของซอฟเจล แคปซูล หรือน้ำก็ตาม โดยสกัดมาจากตับของปลาทะเล ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญหรือวิตามินที่สำคัญนั่นก็คือ วิตามินเอ และ วิตามินดี โดยนิยมใช้ในเด็กและวัยทั่วไปเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูก และช่วยเสริมสุขภาพ การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานในปริมาณมากเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีปริมาณของวิตามินเอสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กทารกในครรภ์ได้ น้ํามันตับปลา กับ น้ํามันปลา ต่างกันอย่างไร แล้วมันเหมือนกันหรือไม่? น้ำมันตับปลาสกัดมาจากตับของปลาทะเลตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนน้ำมันปลา (fish oil) นั้นเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากหัว หนัง เนื้อ และหางของปลาทะเล และยังมีความแตกต่างในเรื่องของคุณค่าทางอาหารอีกด้วย โดยน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วย วิตามินเอ และ วิตามิดี ส่วนน้ำมันปลานั้นจะอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 สรุปก็คือมันไม่เหมือนกันครับ และประโยชน์ก็แตกต่างกัน โทษของน้ำมันตับปลา : การรับประทานน้ำมันตับปลาในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอได้ เช่น มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ตับถูกทำลาย หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย และอาจทำให้ผมร่วง ผิวแห้งได้อีกด้วย ส่วนการได้รับวิตามินดีสะสมมากจนเกินไปนั้นก็อาจจะมีผลเสียต่อระบบเลือดได้เช่นกัน อาจทำให้ไตวายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่แนะนำซื้อมาให้เด็กรับประทานเป็นประจำและในปริมาณที่มากเกินไปนอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสั่ง เพราะยาจะสะสมในร่างกายมากจนเกินไปและทำให้เกิดอันตรายได้ (อ้างอิง : ภญ.วิภาจรี นวสิริ เภสัชกร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี) รู้ไว้ใช่ว่า : น้ำมันตับปลามีสารบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด โดยทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติเหมือนกับยาแก้ปวดอย่างแอสไพริน ถ้าหากคุณรับประทานน้ำมันตับปลาเป็นเป็นประจำ และจะต้องเข้ารับการผ่าตัดคุณควรบอกแพทย์ให้ละเอียดถึงการรับประทานยา และจะต้องหยุดยาก่อนเข้ารับการผ่าตัด ประมาณ 10 วันเพื่อให้เกล็ดเลือดตัวใหม่สมบูรณ์ เพื่อป้องกันอาการเลือดไหลไม่หยุดหรือออกมามากกว่าปกติ (อ้างอิง : พ.อ.รศ.นพ. วิเชียร มงคลศรีตระกูล) ! ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา วิตามินดีช่วยเสริมการทำงานของ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ฟันผุขั้นรุนแรง โรคกระดูกน่วม ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ วิตามินดีช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอในน้ำมันตับปลาได้เป็นอย่างดี วิตามินดีสามารถช่วยรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบได้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวหนัง และดวงตาจากการถูกทำลายจากมลพิษ ประโยชน์น้ำมันตับปลามีส่วนช่วยขับล้างสารพิษในร่างกาย สรรพคุณน้ำมันตับปลาช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการสมานแผล ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิตามินเอช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะอาการของโรคข้อต่ออักเสบ (ไอส์ลา บอสเวิร์ธ แห่งสถาบันวิจัยโรคข้อต่อแห่งชาติ) การใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งแผนปัจจุบัน สามารถช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการได้รับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


Fish liver oil, fish liver oil is considered to be one of the first types of supplements that have come to play a role in the health of Thai for many years. Fish liver oil which has already talked to several familiar enough to keep going, I felt like I was. It is commonly used and useful, however, What are penalties or consequences, then it is different with what fish oil and it works good for real? Today we have released the fish liver oil's story came to leave friends to become knowledge together. Fish liver oil (Cod liver oil) is a type of dietary supplement containing goodies will fall ใรูป of software or by water capsule Hotel fache. That is an important component, or vitamin that is important that vitamin a and vitamin d by commonly used in children and teens to help strengthen bones and help improve health.And for pregnant women should not eat because it has a high quantity of vitamin a may cause a malfunction of the baby in the womb. Fish liver oil, fish oil and how it differ, then it is the same or not? Fish liver oil, extracted from the liver of marine fish, as described above. Best fish oil (fish oil) is an oil that is extracted from the head and tail of a fish, meat, leather and there are also differences in terms of nutrition, too. Vitamin a and d-eye video Best fish oil is rich in omega-3 and Omega-6 is a summary, it is not the same and different benefits. Fish liver oil's penalty: Fish liver oil intake in excessive quantities may cause vitamin a poisoning from such as headache, nausea, vomiting, symptoms can affect the nervous system, cause liver damage and hunger. Frequent urination and may cause hair loss. Best to get the vitamin d accumulated too much, it might be a deterioration of blood system as well. May cause renal to these deaths. Because the drug can accumulate in the body, excessive and cause danger (for reference: Phon. nawasiri WIPA's Health Institute, hotel national pharmacist Queen) know not whether: Fish liver oil contains certain substances that affect the function of platelets by platelet function disorders similar to painkiller, aspirin. If you take fish liver oils, are on a regular basis. And they want to stop the drug prior to surgery. About 10 days to make a new platelets. To prevent symptoms of blood flow does not stop or come out more than normal (reference: Col. Rot., m.d. Institute of sacred Sri clan)! The benefits of fish liver oil vitamin d supplement to working of the elements calcium, Elemental Phosphorus as well, thereby enhancing the growth of bones and teeth. Help prevent cartilage in children, severe bone disease, tooth decay nuam. Vitamin d helps in the absorption of vitamin a in the liver as well as fish oil. Vitamin d can help to maintain disease diagnosis as antioxidants. Help protect your skin and eyes from being destroyed by pollution. Fish liver oil properties aid in tissue repair and healing helps stimulate the body's immune system to work effectively. Vitamin a reduces the duration of illness from diseases as well. Specifically, the symptoms of inflammatory diseases of joints (Ayr la boss worth of National Institute for joint disease) Use in conjunction with the cancer treatment plan. Can help kill cancer cells and prevent the spread of cancer cells. Reference sources: Wikipedia the free encyclopedia (EN), Thailand Research Fund supported by the Thai health promotion Foundation