วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

ขิง


ขิง ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า จิน’เจอะ (Ginger) ส่วนขิงชื่อวิทยาศาสตร์จะคือคำว่า Zingiber officinale Roscoe. จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE ขิง จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆด้าน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แถมยังมี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ เส้นใย จำนวนมากอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของขิงนั้นเราสามารถนำมาใช้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ราก เหง้า ต้น ใบ ดอก แก่น และผลก็ได้ทั้งนั้น ประโยชน์ของขิง ขิง จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย มีส่วนช่วยในการป้องกันต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษามะเร็ง ดังนั้นควรรับประทานขิงควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งจะเป็นผลดี ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสดๆนำมาทุบให้แหลกประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มน้ำดื่ม ช่วยลดความอ้วน ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน ด้วยการรับประทานน้ำขิงบ่อยๆ ช่วยลดความยากของผู้ติดยาเสพติดลงได้ แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วนำมารับประทาน ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ด้วยการนำขิงสดมาฝานต้มกับน้ำรับประทาน ช่วยบำรุงหัวใจของคุณให้แข็งแรง ช่วยบรรเทาอาการของโรคประสาท ซึ่งทำให้จิตใจขุ่นมัว (ดอก) ช่วยฟื้นฟูร่างการสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร ด้วยการรับประทานไก่ผัดขิง มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร (ราก,เหง้า) ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 1 องคุลีนำมาต้มกับน้ำดื่ม ก็จะได้เป็นยาขมเจริญอาหาร ใช้กินเพื่อบำรุงเป็นยาธาตุ บำรุงธาตุไฟ (เหง้า,ดอก) ใช้บำรุงน้ำนมของมารดา (ผล) ช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย การรับประทานขิงจำช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดได้ช้าลง ใช้แก้ไข้ (ผล) ด้วยการนำขิงสดมาคั้นเป็นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการได้ ช่วยแก้หวัด บรรเทาอาการไอ บรรเทาหวัดจับเสมหะ ด้วยการใช้ขิงสดฝนกับน้ำมะนาวใส่เกลือนิดหน่อย ไอน้ำหอมระเหยจากน้ำขิงช่วยทำลายไวรัสหวัดในทางเดินหายใจได้ แก้ลม (ราก) ในผู้ป่วยที่มีอาการเมายาสลบหลังผ่าตัด น้ำขิงช่วยแก้เมาได้ ช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือได้เป้นอย่างดี ด้วยการใช้ขิงสดนำมาตำให้แหลก คั้นเอาฉพาะน้ำดื่ม (ไม่ต้องดื่มน้ำตาม) ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง หัวล้าน ด้วยการนำเหง้าสดนำไปผิงไฟจนอุ่น แล้วนำมาตำให้แหลก นำมาพอกบริเวณที่มีผมร่วง วันละ 2 ครั้ง จนอาการดีขึ้น หรืออีกวิธีก็คือคั้นเอาเฉพาะน้ำขิงมาผสม กับน้ำมันมะกอกแล้วนำมาหมักผมแล้วนวดให้ทั่วศีรษะประมาณ 30 นาทีก็ช่วยลดปัญหาผมร่วงได้เหมือนกัน แถมยังช่วยให้ผมสวย แข็งแรง มีความนุ่มลื่น ไม่ขาดง่ายอีกด้วย ช่วยบำรุงสายตา รักษาโรคเกี่ยวกับตาและใช้แก้อาการตาฟาง (ผล,ใบ) ช่วยรักษาอาการตาแฉะ (ดอก) ช่วยแก้โรคกำเดา (ใบ) ใช้แก้อาการคอแห้ง เจ็บคอ (ผล) ใช้รักษาอาการปากคอเปื่อย ท้องผูก (เหง้า,ดอก) ช่วยรักษาอาการปวดฟัน ด้วยการนำขิงแก่มาทุบให้ละเอียดคั่วกับน้ำสารส้มจนเกรียม แล้วบดจนเป็นผง จากนั้นนำมาพอกบริเวณฟันที่ปวด แก้เสมหะ เสมหะขาวเหลวปริมาณมากมีฟอง (ผล,ราก) ช่วยรักษาภาวะน้ำลายมาก อาเจียนเป็นน้ำใส ช่วยลดกลิ่นปาก แก้อาการปากเหม็น ด้วยการนำขิงมาคั้นผสมน้ำอุ่นและเกลือเล็กน้อย นำมาอมบ้วนปาก ช่วยฆ่าเชื้อโรคในปากได้อีกด้วย ช่วยบำรุงรักษาฟันและป้องกันการเกิดฟันผุ ช่วยกำจัดกลิ่นรักแร้ ด้วยการใช้เหง้าขิงแก่นำมาทุบให้แหลก แล้วนำมาคั้นเอาน้ำนำมาทารักแร้เป็นประจำ จะช่วยกำจัดกลิ่นได้ ช่วยแก้อาการสะอึก ด้วยการใช้ขิงสดตำจนแหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนจนเข้ากันแล้วนำมาดื่ม ช่วยรักษาโรคบิด (ผล,ราก,ดอก) ด้วยการใช้ขิงสดประมาณ 75 กรัม ผสมกับน้ำตาลแดงนำมาตำจนเข้ากัน แล้วรับประทาน 3 มื้อต่อวัน ช่วยแก้อาการอาเจียน (เหง้า,ผล) ด้วยการนำขิงสดประมาณ 5 กรัมหรือขนาดเท่าหัวแม่มือ นำมาทุบให้แตก แล้วต้มกับน้ำดื่ม ช่วยลดการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้อง (สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานบ่อยมากจนเกินไป) แก้อาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง ขับลมในลำไส้ (ผล,ราก,ใบ) ด้วยการนำขิงแก่มาทุบพอแหลก เทน้ำเดือดลงไปครึ่งแก้ว แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วนำน้ำมาดื่มระหว่างมื้อ อาหาร ช่วยรักษาอาการปวดในช่วงก่อนหรือหลังประจำเดือน ด้วยการนำขิงแก่ที่แห้งแล้วประมาณ 30 กรัมมาต้มกับน้ำดื่มบ่อยๆ ช่วยในการย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ดอก) ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุกเสียด (เหง้า) ช่วยในการขับถ่าย และช่วยในเรื่องของระบบลำไส้ให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ ช่วยฆ่าพยาธิ พยาธิกลมจุกลำไส้ (ใบ) ใช้น้ำขิงผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาดื่ม ช่วยแก้อาการขัดปัสสาวะ (ดอก,ใบ) ช่วยรักษาปัสสาวะรดที่นอนในผู้ป่วยที่มีภาวะหยางพร่อง มีความเย็นในร่างกายเป็นเหตุ ช่วยรักษาโรคนิ่ว (ใบ,ดอก) ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ใบ) ช่วยรักษาอาการปวดข้อตามร่างกายด้วยการรับประทานขิงสดเป็นประจำ มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ใช้เป็นยาแก้คัน ด้วยการนำแก่นของขิงฝนทำเป็นยา (แก่น) แก้ปัญหาหนังที่มือลอกเป็นขุย ด้วยการใช้เหง้าสดมาหั่นเป็นแผ่น แล้วนำมาแช่เหล้า 1 ถ้วนชา ทิ้งไว้ 1 วัน แล้วนำมาแผ่นขิงมาถูบริเวณดังกล่าว วันละ 2 ครั้ง ช่วยรักษาแผลเริมบริเวณหลัง ด้วยการใช้เหง้า 1 หัว นำมาเผาผิวนอกจนเป็นถ่าน คอยปาดถ่านที่ผิวนอกออกไปเรื่อยๆ แล้วนำผงที่ได้มาผสมกับน้ำดีหมูนำมาทาบริเวณที่เป็นแผล หากถูกแมงมุมกัด ใช้ขิงสดฝานบางๆ นำมาวางทับบริเวณที่ถูกกัดจะช่วยบรรเทาอาการได้ ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น กลัวหนาว เย็นท้อง เป็นต้น ช่วยป้องกันการแพ้อาหารทะเลจนเกิดผื่นคัน ลมพิษหรืออาหารช็อก ช่วยรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการนำขิงสดมาตำให้แหลก แล้วนำกากมาพอกบริเวณแผลเพื่อป้องกันการอักเสบ และการเกิดหนอง ในขิงมีสารที่สามารถใช้กันบูดกันหืนในน้ำมันได้ ในด้านการประกอบอาหารนั้นขิงสามารถช่วยเพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้ดีอีกด้วย ในด้านความงามนั้นมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของขิงอีกด้วย ช่วยให้ผิวพรรณเรียบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการนำขิงสดมาขูดเป็นฝอยแล้วนำมานวดบริเวณต้นขา ก้น หรือบริเวณที่มีเซลลูไลท์จะช่วยลดความขรุขระของผิวได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์จากขิงนั้นนำมาแปรรูปได้หลายอย่าง เช่น บัวลอยน้ำขิง ขิงแช่อิ่ม ขิงเชื่อม ขิงกระป๋อง ขิงแคปซูล น้ำขิงมะนาว เป็นต้น
Ginger in English. Use the word "Jin" to face (Ginger) ginger part name Zingiber officinale, is that science will Roscoe. ZINGIBERACEAE ginger dynasty is considered to be one of the herbs that are beneficial to the body in many ways. Because it is rich in vitamins and minerals that are very important to our body, such as vitamin a, vitamin b 1. Vitamin b-2 Vitamin b-3 Beta carotene Iron Elemental calcium is a chemical element phosphorus, carbohydrates and protein are many fibers as well. The benefits of ginger, then we can be used for many things, whether it is from the root of naughty. Benefits of ginger, ginger, classified as class contains a lot of anti-oxidants. Help slow down ageing and slow the occurrence of wrinkles. Help protect against cancer Opposition to the growth of cancer cells. Therefore, should eat ginger, alongside cancer treatment is understandable. Ginger hot activity helps kayopun and help drive the summer sweat symptoms resolve in using fresh stems, crushed 1 pound, brought about a handful, then boil drinking water. Lower fat, cholesterol. With the absorption of a Lake station restaurant onchak bowel, and then let your body get rid of the stools, helping to maintain a headache and migraine often ginger water intake reduces the difficulty of those addicts down. Fix tanokmoi Thai Chili Basil Zingiber cassumunar and mashed and then taken to eat. Helps maintain blood pressure, disease. By bringing fresh ginger slice and boil with water intake. Your hearts, strong relief the symptoms of a nervous disease that causes a cloudy mind, MUA (dok) By eating Ginger Chicken Stir Fry Help grow food (root,If only if only approximately) by using the 1 flashes ongkhuli bring to boil with water, it will be a bitter pill appetite. Take care to eat nourishing element is fire (if only,Dok) mother's milk can (in effect) makes sleeping comfortable. Eating ginger, have helped make blood clotting as a blood clot more slowly. Use the fever (results) with fresh ginger and squeeze out water, about half already have honey mixed with 1 Cup ... Bring 2 cups water to a boil, and then taken to drink 3 times a day to help relieve the symptoms. Help solve the cold relief cold relief cough phlegm caught by using fresh ginger lime juice to rain a little salt. Solving the wind (the roots) In patients with symptoms of surgical anaesthetic after drunk Ginger juice drunk resolves. Solve car drunk drunk boat backpack through a good Roast with fresh ginger, bruised from the ground. Fresh squeezed to remove ฉพาะ drinking water (don't drink the water-based) Help solve hair loss baldness Then bring the friendship to the ground. Bring the phokboriwen twice a day has alopecia, until symptoms improve or another way is to remove the ginger and fresh-squeezed juice only comes mixed with olive oil, and then brought my head massage and then fermented for about 30 minutes, it reduces hair loss problems were identical. Strong is not easy-soft with the lack of help nourish the eye. Eye diseases and eye pain resolve on straw (result,The watery eyes, symptoms treatment aid) (flower) help solve the chronic kamdao (a) Using a dry, sore throat, throat symptoms resolve (result) relieves throat mouth although constipation (activity,Flower) help maintain teeth pain with ginger, roasted to a cacophony of information, with water until alum scorched and grind into powder and then bring the tooth phokboriwen cure pain phlegm phlegm, there are plenty of white bubble liquid (result,Root causes more saliva heals) Vomiting is a clear water reduces bad breath. Foul mouth symptoms resolve with ginger and squeeze out a little warm water and salt, mixing. Be-rinse mouth. Help disinfection in the mouth again. Help get rid of the smell of armpit. By using only a ginger, crushed, and then it would be taken to remove the fresh-squeezed juice, taken regularly, will help get rid of armpit odor. Solve the symptoms, unable to respond with fresh ginger, crushed roasted until. Fresh squeezed to remove only water mixed with a little honey. Help maintain the dysentery (result,Root, flower) with fresh ginger, about 75 grams of sugar mixed with red led have been eating meals together until 3 meals per day (if only resolves the symptoms, vomiting,Results) with fresh ginger, about 5 grams or thumb size it would not have been brought to boil drinking water to reduce the nausea and vomiting of pregnancy loss (for pregnant women shouldn't eat too often) to flatulence heartburn symptoms. Steering winds in the intestine (result,The root,The ginger to release) with enough ground. Pour boiling water down to half a glass, and then close the lid, keep the area around 5 minutes, and then apply water to drink during the meal. Food helps maintain the pain before or after menstruation By ginger to dry, and then approx. 30 Aid in digestion efficiency (dok) to help prevent the occurrence of wound in the stomach to reduce heartburn symptoms (if only) help in excretion and helps the intestinal system to work properly help to kill intestinal worms, roundworm, round cap. Using ginger juice mixed with honey, and then taken to drink urine symptoms, help resolve conflict (flower,The) help maintain wet the bed in patients with hyperthyroidism WA Yang to become depleted. Cold in the body, helping to maintain the gallstones (a,Flower) help resolve symptoms contusion (a) help maintain the pain as your body by eating fresh ginger on a regular basis. Can help against bacteria? Use a medication with Ginger's naughty country rain as medicine (naughty) Leather solutions ' hands as a scaly or flaky residue. Then soak in alcohol leaves tea seriously 1 1 day and then taken to the area, rubbing the ginger pad. Twice a day helps heal blisters Herpes Simplex 1 behind only with the heads ranging from surface layer of charcoal burning is finishing the surface layer of coals out gradually. If it was a spider bite. Using thin slice fresh ginger be overlay the area bitten will help relieve the symptoms. Cold symptoms foot tool helps maintain cold fear. Cool belly, etc. Help prevent allergic to seafood until rash occurred. Hives or shockWith fresh ginger and roasted, ground and waste come phokboriwen the wound to prevent infection and the occurrence of Nong. Ginger can be used in the same document is spoiled; huen in oil. In the field of cooking, ginger can help

กระเจี้ยบแดง

ประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งได้แก่ Protocatechuic Acid ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลือดอ่อนนิ่มได้ กระเจี๊ยบใช้ทำเป็นน้ำดื่มที่ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากมีกรดซิตริกอยู่ด้วย ใบอ่อนของกระเจี๊ยบใช้รับประทานเป็นผักได้ หรือจะนำมาใช้ทำแก้งส้มก็ได้ ให้รสเปรี้ยวกำลังดี และยังมีวิตามเอสูง (12,583 I.U. ต่อ 100 กรัม) ที่ช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย กลีบเลี้ยงผลและกลีบดอกอุดมไปด้วยแคลเซียม ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง กระเจี๊ยบแดง จัดเป็นพืชส่งออกโดยนำไปใช้เป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับ Herbal Tea และใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ใช้บริโภคภายในประเทศ ใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์ชาชง กระเจี๊ยบแดงอบแห้ง กระเจี๊ยบแดงแคปซูล เครื่องดื่มต่างๆ ใช้ในอุตสาหกรรมสีผสมอาหาร หรือใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ แยม เยลลี่ เบเกอรี่ ไอศกรีม ไวน์ น้ำหวาน ซอส เป็นต้น รวมไปถึงในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น โลชั่น ครีมกระเจี๊ยบแดง เจลอาบน้ำ ครีมขัดผิว เป็นต้น น้ำต้มของดอกแห้งจะมีกรดผลไม้หรือ AHA อยู่หลายชนิดในปริมาณสูง จึงมีการนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางประเภทครีมหน้าใส เมนูดอกกระเจี๊ยบแดง เช่น แกงส้มดอกกระเจี๊ยบ ยำดอกกระเจี๊ยบ แยมดอกกระเจี๊ยบ ดอกกระเจี๊ยบแช่อิ่ม กระเจี๊ยบกวน ชากระเจี๊ยบแดง น้ำกระเจี๊ยบแดง เป็นต้น ในแอฟริกาใต้มีการน้ำมันจากเมล็ดเป็นยารักษาแผลให้อูฐ นอกจากนี้ลำต้นของกระเจี๊ยบแดงยังสามารถนำมาทำเป็นเชือกปอได้อีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบแดง (กลีบดอก) ต่อ 100 กรัม พลังงาน 49 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 11.31 กรัม ไขมัน 0.64 กรัม โปรตีน 0.96 กรัม วิตามินเอ 14 ไมโครกรัม 2% วิตามินบี1 0.011 มิลลิกรัม 1% วิตามินบี2 0.028 มิลลิกรัม 2% วิตามินบี3 0.31 มิลลิกรัม 2% วิตามินซี 12 มิลลิกรัม 14% ธาตุแคลเซียม 215 มิลลิกรัม 22% ธาตุเหล็ก 1.48 มิลลิกรัม 11% ธาตุแมกนีเซียม 51 มิลลิกรัม 14% ธาตุฟอสฟอรัส 37 มิลลิกรัม 5% ธาตุโพแทสเซียม 208 มิลลิกรัม 4% ธาตุโซเดียม 6 มิลลิกรัม 0% % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database) โทษของกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่วยบางราย เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย น้ำกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ แม่ว่าจะมีความเป็นพิษต่ำมาก แต่ก็ไม่ควรดื่มในปริมาณเข้มข้นและติดต่อกันนานๆ เพราะจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพ วิธีทำน้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีน ให้เตรียมกระเจี๊ยบประมาณ 1 กำมือ และพุทราจีน 1 กำมือ นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วบีบพุทราจีนให้แตก ให้รวมกันลงในภาชนะแล้วเติมน้ำเปล่า 2 ลิตร ต้มให้เดือดสักพักแล้วยกลง กรองเอาเนื้ออกให้เหลือแต่น้ำ เติมน้ำตาลเพื่อปรุงรส หรือจะใช้ใบหญ้าหวาน หรือลำไยตากแห้งแทนก็ได้ เพราะจะได้ความหวานจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง หรือไม่ต้องใส่เลยก็ได้เมื่อได้รสตามชอบใจแล้ว ก็ให้นำมาเก็บใส่ขวดแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นเอาไว้ดื่ม สาเหตุที่ใส่พุทราผสมลงไปนั้น เป็นเพราะว่าการต้มกระเจี๊ยบแดงกินแบบเดี่ยวๆ เป็นระยะเวลานานๆ อาจจะทำให้ไตเสื่อมได้ จึงต้องมีพุทราจีนตากแห้งผสมลงไปด้วย เพื่อเป็นตัวแก้และเป็นตัวช่วยบำรุงไตไปด้วยในตัว แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร, สถาบันการแพทย์แผนไทย, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน), ศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้ทางพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ (HISO), มูลนิธิหมอชาวบ้าน (รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ), เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข, ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ฐานข้อมูลสมุนไพรแม่โจ้ (ชีวกโกมารภัจจ์) มหาวิทยาลัยแม้โจ้, รายการสาระความรู้ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์)กระเจี๊ยบแดง ภาษาอังกฤษ Rosella, Jamaican Sorel, Roselle, Rozelle, Sorrel, Red Sorrel, Kharkade, Karkade, Vinuela, Cabitutu กระเจี๊ยบแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ MALVACEAE เช่นเดียวกับกระเจี๊ยบเขียว ครอบฟันสี ชบา ปอกะบิด พลับพลา โพทะเล หญ้าขัด หญ้าขัดใบยาว หญ้าขัดใบป้อม และหญ้าขัดหลวง สมุนไพรกระเจี๊ยบแดง ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ผักเก็งเค็ง, ส้มเก็งเค็ง, ส้มตะเลงเครง (ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง (เชียงใหม่), ส้มปู (แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), แต่เพะฉ่าเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจำบู้(ปะหล่อง), กระเจี๊ยบ, ส้มเก็ง ส้มพอเหมาะ (ภาคเหนือ), ส้มพอดี (ภาคอีสาน), กระเจี๊ยบแดง, กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง), ส้มพอ ส้มพอเหมาะ เป็นต้น มีถิ่นกำเนิดในประเทศซูดาน อินเดีย มาเลเซีย และประเทศไทย โดยในประเทศไทยมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา ลักษณะของกระเจี๊ยบแดง ต้นกระเจี๊ยบแดง จัดเป็นไม้พุ่มมีความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์ ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด ใบกระเจี๊ยบแดง มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบมีหลายลักษณะ ลักษณะคล้ายรูปฝ่ามือ 3 แฉก หรือ 5 แฉก ใบเว้าลึกหรือเรียบ หรือใบเป็นรูปรีแหลม หรือรูปเรียวแหลม ขอบใบมีจักเป็นฟันเลื่อย ใบมีความกว้างและความยาวใกล้เคียงกันประมาณ 8-15 เซนติเมตร และก้านใบมีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ดอกกระเจี๊ยบแดง ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกตามซอกใบ มีกลีบดองสีชมพูหรือสีเหลือง บริเวณกลางดอกจะมีสีเข้มกว่าคือสีม่วงแดง ดอกมีเกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ก้านดอกสั้น มีริ้วประดับเรียวยาวปลายแหลมมี 8-12 กลีบ กลีบเลี้ยงจะแผ่ขยายติดกันออกหุ้มเมล็ดไว้มีสีแดงเข้มและหักง่าย เมือดอกบานเต็มที่จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร ผลกระเจี๊ยบแดง ลักษณะของผลเป็นรูปรีมีปลายแหลม ผลมีความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่จะแห้งแตกเป็น 5 แฉก ในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายรูปไตอยู่จำนวนมากประมาณ 30-35 เมล็ดต่อผล และผลยังมีกลีบเลี้ยงหนาสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มผลอยู่ เราจะเรียกส่วนนี้ว่ากลีบกระเจี๊ยบหรือกลีบรองดอก (Calyx) หรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นดอกกระเจี๊ยบนั่นเอง สรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลือที่ผล ใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และในการช่วยลดน้ำหนัก โดยมีการทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูง แล้วพบว่าระดับไครกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเลว (LDL) ลดลง และมีปริมาณของไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจก็น้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดงอีกด้วย (ผล,เมล็ด,น้ำกระเจี๊ยบแดง) สรรพคุณของดอกกระเจี๊ยบแดง ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด (ดอก) เมล็ด ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง (เมล็ด,น้ำกระเจี๊ยบแดง,ยอดและใบ) ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) ช่วยลดความดันโลหิต โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด โดยมีรายงานการวิจัยทางคลินิกพบว่าในวันที่ 12 หลังผู้ป่วยได้รับชาชงกระเจี๊ยบแดงทุกวัน ค่าความดันโลหิตเมื่อหัวใจบีบตัวและคลายตัวลดลง 11.2% และ 10.7% ตามลำดับเมื่อเทียบกับวันแรก และ 3 วันหลังจากหยุดดื่มชาชงความความดันโลหิตทั้งสองค่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (น้ำกระเจี๊ยบแดง) สรรพคุณกระเจี๊ยบแดง เมล็ดช่วยบำรุงโลหิต (เมล็ด) ช่วยแก้เส้นเลือดตีบตัน ช่วยรักษาเส้นเลือดให้แข็งแรงและอ่อนนิ่มยืดหยุ่นได้ดี (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) น้ำกระเจี๊ยบช่วยทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง (น้ำกระเจี๊ยบแดง) สรรพคุณของดอกกระเจี๊ยบแดง ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดแข็งเปราะได้เป็นอย่างดี (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ในอียิปต์มีการใช้ทั้งต้นของกระเจี๊ยบแดงนำมาต้มกินเพื่อเป็นยารักษาโรคหัวใจและโรคประสาท (ทั้งต้น) ช่วยแก้อาการคอแห้ง กระหายน้ำ (น้ำกระเจี๊ยบแดง,ผล) น้ำกระเจี๊ยบ สรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันหวัด เนื่องจากกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารสีแดงในกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้อย่างบลูเบอร์รี่ แต่กระเจี๊ยบแดงจะมีสารชนิดนี้มากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 50% กระเจี๊ยบแดง สรรพคุณช่วยลดไข้ (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ดอกกระเจี๊ยบแดง สรรพคุณช่วยแก้อาการไอ (น้ำกระเจี๊ยบแดง,ใบ) ใบ ใช้เป็นยากัดเสมหะ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก (ใบ,ดอก) ช่วยรักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากมีวิตามินซีในปริมาณที่สูงอยู่พอสมควร (น้ำกระเจี๊ยบ) ช่วยในการย่อยอาหาร ใช้เป็นยาระบาย ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น (น้ำกระเจี๊ยบ,เมล็ด,ยอดและใบ) ในอียิปต์ มีการใช้ทั้งต้นนำมาต้นกินเป็นยาลดน้ำหนักเนื่องจากเป็นยาระบาย และยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย (ทั้งต้น) ช่วยรักษาโรคกระเพาะ และลำไส้อักเสบ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดเป็นผง ใช้รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วดื่มน้ำตามวันละ 3-4 ครั้ง (ผล) ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (ผล) ใบกระเจี๊ยบแดง สรรพคุณช่วยแก้โรคพยาธิตัวจี๊ด หรือจะใช้ผลอ่อนนำต้มรับประทานติดต่อกัน 5-8 วัน หรือจะใช้ร่วมกับผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ หรือจะใช้ทั้งต้นใส่หม้อต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวไฟจนงวดให้เหลือ 1 ส่วน แล้วผสมกับน้ำผึ้งกึ่งหนึ่ง ใช้รับประทานวันละ 3 เวลา หรือจะรับประทานน้ำยาเปล่าๆ ก็ได้จนจนหมดน้ำยา (ใบ,ผล,ทั้งต้น) น้ำกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันได้อีกทางหนึ่ง โดยมีรายงานวิจัยทางคลินิกว่า เมื่อให้ผู้ป่วยดื่มผงกระเจี๊ยบขนาด 3 กรัม ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน พบว่าได้ผลดีในการขับปัสสาวะ (น้ำกระเจี๊ยบแดง,เมล็ด,ยอดและใบ) ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบมีอาการปวดแสบ โดยใช้กระเจี๊ยบแห้งบดเป็นผงประมาณ 3 กรัม นำมาชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย ใช้ดื่มวันละ 3 ครั้ง ประมาณ 7 วัน หรือจนกว่าจะหาย ซึ่งจากรายงานการวิจับพบว่าผู้ป่วยที่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงขนาด 3 กรัม ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าผู้ป่วยกว่า 80% มีปัสสาวะที่ใสขึ้นกว่าเดิม และยังพบว่าปัสสาวะมีความกรดมากขึ้น จึงช่วยในการฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้เป็นอย่างดี (น้ำกระเจี๊ยบแดง,เมล็ด) ช่วยแก้อาการขัดเบา โดยใช้กลีบเลี้ยงของผลหรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง นำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผง นำมาใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (ประมาณ 3 กรัม) ใช้ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (ประมาณ 250 มิลลิลิตร) แล้วนำมาเฉพาะน้ำสีแดงใส วันละ 3 ครั้ง ดื่มติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้นและหายไป (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ และช่วยป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลาย (น้ำกระเจี๊ยบแดง,เมล็ด) สรรพคุณดอกกระเจี๊ยบแดง ช่วยรักษาไตพิการ (น้ำกระเจี๊ยบแดง) กระเจี๊ยบแดง สรรพคุณทางยาเมล็ดช่วยแก้ดีพิการ (เมล็ด) กระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับ และช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายจากสารพิษ โดยมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดด้วยน้ำ (Anthocyanins) และสาร Protocatechuic Acid ของกระเจี๊ยบแดง สามารถช่วยลดความเป็นพิษต่อตับจากสารพิษได้หลายชนิด (น้ำกระเจี๊ยบแดง) ใบใช้ตำพอกฝี หรือใช้ต้มน้ำเพื่อใช้ล้างแผลได้ (ใบ) ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระเจี๊ยบแดง ช่วยลดอาการบวม ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อราอะฟลาท็อกซิน ไวรัสเริม ยับยั้งเนื้องอก ช่วยขับกรดยูริก คล้ายกล้ามเนื้อเรียบ และลดความเจ็บปวด สารสกัดจากลีบดอกของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสตรีวัยทองไม่มากก็น้อย (กลีบดอก) ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยสารแอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งออกซิเดชั่นของไขมันเลส และยับยั้งกายตายของมาโครฟาจ โดยมีสาร Dp3-Sam ซึ่งเป็นแอนโทไซยานินชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในห้องทดลองได้ จึงมีผลในการช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและอาจช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็งบางชนิดได้ (น้ำกระเจี๊ยบแดง
)

Benefits of Roselle hibiscus contains the Sayyaf Nin twice (Anthocyanin) and poly-phenolic substances which are namely Protocatechuic Acid containing anti-oxidants vitamin c help prevent cancer help slow ageing and helps soften blood vessel weaknesses. Because Silicon acid, click numbered. The weaknesses of the hibiscus is used to eat as a vegetable or used it to sour orange gaeng are good and there are still high, according to El-(12,583 I.U. Per 100 grams) that helps nourish the eyes as well. Petals petals and feed enriched with calcium to help maintain bones and teeth strong, Roselle. Export crops are considered by the applied Herbal Tea is an important ingredient for. Use the domestic consumers. Use a wide range of products such as tea, tea products, dried Roselle Roselle various drinks capsule used in industrial or food color used in the food industry include the jelly jam.Ice wine, a sweet juice, sauce, etc., as well as in the cosmetic industry, such as shower gel, lotion, cream, red guava cream scrub, etc. Boiled water of dry fruit acids are flower or many types of high-volume AHA. The menu of Hibiscus flowers, such as Roselle oranges Curry salad with hibiscus hibiscus flower blossoms of hibiscus ice jam full. Roselle hibiscus tea and Roselle preserves, water, etc. In South Africa there is oil from the seeds is a complementary treatment of the wound, camel.Nutritional value of guava Dang (petal) per 100 g-energy 49 kcal. Carbohydrates 11.31 grams of protein, fat, vitamin a 0.64 grams 14 g 2 maikhrokram 0.96% vitamin B1, vitamin B2 1 mg 0.011% 0.028 mg 2% 0.31% 3 2 mg vitamin b vitamin c 12 mg 14% elemental calcium 215 mg 22% iron. 1.48 mg 11% 51% 14 mg elemental magnesium phosphorus potassium 37 mg 5% mg 4% element elemental sodium 208 6 mg% 0% per cent of the amount recommended in your body each day for adults (information from: USDA Nutrient database) the punishment of Roselle hibiscus: Red may cause diarrhoea in some patients because there are hibiscus juice laxative effect can be diuretic. She has a very low toxicity. It will not be good for health. How to make hibiscus, Roselle preparation of jujube approximately 1 handful and jujube 1 handful bring clean water to rinse, and then squeeze the jujube, cracking, as well as the rest of the container and then fill 2 liters of water. Filter out the meat, but more water, sugar to taste sweet grass or leaves or dried longan instead, because it is a natural sweetness that does not cause high blood sugar or to taste as much as I like mind. Why put the monkey mix into it, Tom is a discrete style eating Roselle for very long periods of time may cause kidney atrophy. It needs to be dried jujube mixed into it. So as a solution and as an aid to kidney care in the. : Office Web site projects conservation of the genetic diversity of plants due to initiative. The King of Siam Crown Royal suda Rattana Thep Kumari, agricultural management and promotion agency. Department of export promotion, agriculture, the Institute of Thai traditional medicine, Office of economic development from a biological basis (public organization), Research Center and Botanical knowledge management Srinakharinwirot University, Office of information system development (HISO), Foundation doctors villager (Assoc. Prof. Dr. Suthathip phamon history), Ministry of health website, database, herb medicine, Faculty of Pharmacy University of Ubon Ratchathani, Mae Jo herbal database (she wok Devil find phat) Even Jo University, List of subject matter knowledge of Prince of songkla University, Hat Yai campus farm, plant name of Thai (full continuum of Tainan tha)

English-Jamaican Rosella, Roselle, Roselle Sorel, Red Sorrel, Sorrel, Rozelle, Kharkade, Karkade, Vinuela, Scientific name: Hibiscus sabdariffa Roselle Cabitutu Linn. Classified in malvaceae or MALVACEAE family as well as the okra colored crowns BA Po shift the Tabernacle a twist! Grass, brushed Long grass, brushed the grass, brushed the grass, brushed and Fort Royal herb with Roselle other local names, such as. Orange, Orange khreng speculative taleng kheng (Tak), The Orange hotel (Ranong), cat d Curry (Chiang Mai), Orange crab (Mae Hong Son), Barry has to pee (Karen hills), but to throw perfect cha (red Karen), (of taste) unpalatable ngacham bu (Palaung people), Guava, Orange Orange enough to win (the North), Good orange (northeast), Roselle, hibiscus sour (central region), Just the right amount of Orange, Orange, etc. Originated in Sudan India and Malaysia, Thai In the country there are an important source of production include the Thai province of Kanchanaburi, Lopburi, saraburi, uttaradit and chachoengsao. Characteristics of RoselleViagra is considered to be the same height approx. 50-180 cm, there are many varieties there are twigs and stems of Red purple. Reproduction by seed method used the Roselle has a single blade as a similar style, there are several open hand 3-point star or 5-point star. Or a tapered oval shape or Cape Horn I know there is a leaf tooth saw blade. The width and length of approximately similar 8-15 cm and a stem and leaves with a length of about 5 cm, single flower, flower, sunflower, Roselle is flowering as a nook. The darker area, there is a sunset cocktail surrounded by exotic purple red. There are players with connecting tube as gaysorn. Short flower stem has a long tapered decor stripes have 8-12 cloves garlic cloves Fed will expand to cover the seeds off the side-by-side with dark red and simple deduction. 6 cm results in Roselle The result is a characteristic of a Plai Laem. Total length of approximately 2.5 cm light green color will effect performance would result in a 5-point star as dry grain brown. Similar images are approximately 30-35 large kidney beans affect and effect are also raising red juicy thick petals cover water effects. (Calyx) or common people understand that it is.